♥ การศึกษาการใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก ในบริบทของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ

นางสาวจริยา บุญอนันต์

ศูนย์อนามัยที่ 8 ได้มีการใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กมาเป็นเวลานานจากประสบการณ์การทำงานพบว่า การใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กยังมีน้อยโดยเฉพาะการลงบันทึกเองโดยหญิงตั้งครรภ์และผู้เลี้ยงดูเด็กซึ่งมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการลืมบันทึก การไม่เห็นความสำคัญและจากการศึกษาของสำนักส่งเสริมสุขภาพเมื่อปีพ.ศ. 2542 พบว่า มีหญิงตั้งครรภ์เพียงร้อยละ 40-50 ที่อ่านข้อมูลจากการปฏิบัติตนที่เหมาะสมขณะตั้งครรภ์และตารางอาหารสำหรับหญิงตั้งครรภ์และร้อยละ 75 ของแม่อ่านข้อมูลการดูแลเด็กและตารางอาหารสำหรับเด็กอายุ 0-1 ปีและจากการศึกษาของศิริกุล อิศรานุรักษ์และศรีอัมพร เมฆหมอกเมื่อปีพ.ศ. 2544 พบว่าร้อยละ 69 ของหญิงตั้งครรภ์อ่านข้อมูลการปฏิบัติตัวขณะตั้งครรภ์ ร้อยละ 48 อ่านตารางสำหรับหญิงตั้งครรภ์ และร้อยละ 60 ของแม่อ่านข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กและอนามัยช่องปากเป็นต้น

จากความสำคัญดังกล่าวข้างต้นทางแผนกผู้ป่วยนอกจึงได้ศึกษาการใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กขึ้นเพื่อจะได้นำข้อมูลดังกล่าวมาเป็นฐานในการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการให้หญิงตั้งครรภ์และผู้เลี้ยงดูเด็กมีการลงบันทึกสมุดสุขภาพแม่และเด็กแบบมีส่วนร่วมเพื่อจะได้ช่วยให้การดูแลหญิงตั้งครรภ์และเด็กแรกเกิด – 5 ปีได้มีคุณภาพเหมาะสมตามสุขภาวะของเด็กแต่ละคนได้เป็นอย่างดีต่อไปในอนาคต วัตถุประสงค์ของการจัดการความรู้

  1. เพื่อการศึกษาการใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กของหญิงตั้งครรภ์และผู้เลี้ยงดูเด็ก
  2. เพี่อทราบเหตุผลที่หญิงตั้งครรภ์และผู้เลี้ยงดูเด็กไม่สามารถลงบันทึกกิจกรรมในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก

ขอบเขตการจัดการความรู้

          การศึกษาการใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กโดยการเก็บข้อมูลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์จำนวน 100 รายโดยแบ่งเป็นหญิงตั้งครรภ์ 50 ราย และผู้เลี้ยงดูเด็ก 50 รายโดยมีเกณฑ์ดังนี้

  1. ด้านหญิงตั้งครรภ์ มีการใช้เกณฑ์ในการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างดังนี้

1.1 หญิงตั้งครรภ์ ครรภ์แรก ฝากครรภ์ที่ ศูนย์อนามัยที่ 8

1.2 อายุครรภ์ 32 สัปดาห์ขึ้นไป

1.3 ผ่านการเข้าเรียนหลักสูตรโรงเรียนพ่อแม่

  1. ด้านผู้เลี้ยงดูเด็ก มีการใช้เกณฑ์ในการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างดังนี้

2.1 มารดาเด็กต้องฝากครรภ์ที่ศูนย์อนามัยที่ 8

2.2 มารดาต้องผ่านการเรียนในหลักสูตรโรงเรียนพ่อแม่

2.3 เก็บในเด็กที่มีอายุ 2 เดือนขึ้นไป

กรอบแนวคิดในการดำเนินการ

          เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาและสอบถามข้อมูลจากผู้รับบริการในส่วนของ

  1. หญิงตั้งครรภ์
  2. ผู้เลี้ยงดูเด็ก

นอกจากนี้ได้มีดำเนินการวิเคราะห์ปัญหาโดยนำเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องของงานผู้ป่วยนอกทั้งหมดมาดำเนินการถอดบทเรียนเพื่อทราบปัญหาอุปสรรคของการใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กทั้งในประเด็นที่ส่วนของเจ้าหน้าที่พบปัญหาและประเด็นในส่วนของปัญหาที่เจ้าหน้าที่พบจากผู้รับบริการ

จากการสอบถามผู้รับบริการที่มาฝากครรภ์ของศูนย์อนามัยที่ 8 จะเห็นว่าปัญหาจากการใช้

สมุดบันทึกสุขภาพทางด้านสูติศาสตร์นั้นมีประเด็นที่จะต้องนำไปพัฒนาดังนี้

  1. การให้คำแนะนำการคุมกำเนิดเพื่อเว้นช่วงการมีบุตรคิดเป็นร้อยละ 54
  2. การสอนและลงบันทึกการใช้เส้นทางลูกรักคิดเป็นร้อยละ 64
  3. การให้คำแนะนำเรื่องการเก็บรักษาสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กไว้ให้ดี ไม่หายคิดเป็นร้อยละ 68
  4. การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแจ้งเกิดคิดเป็นร้อยละ 70

สำหรับการสอบถามการใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กพบว่า

  1. เนื้อหาที่บรรจุอยู่ในสมุดบันทึกสุขภาพมีมากเกินไป
  2. เนื้อหาที่บรรจุอยู่ในสมุดบันทึกสุขภาพเป็นเนื้อหาที่เข้าใจยาก
  3. การจัดเนื้อหาในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กสลับไปมาทำให้ยากต่อการลงบันทึกและการใช้งาน
  4. ผู้เลี้ยงดูเด็กที่พาเด็กมาโรงพยาบาลกับผู้เลี้ยงดูเด็กที่บ้านเป็นคนละคนกัน กรณีที่ลงพัฒนาการเด็กในสมุดบันทึกสุขภาพที่โรงพยาบาลจึงส่งผลให้พัฒนาการไม่เป็นไปตามที่เด็กทำได้จริง

* อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม กดดาวน์โหลด *

 

 

Opd
Opd
opd.pdf
196.3 KiB
1913 Downloads
รายละเอียด
avatar

About

One thought on “♥ การศึกษาการใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก ในบริบทของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ

  1. การพัฒนาเรื่องการใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กมีความสำคัญมาก เพราะเป็นการติดตามและให้บริการดูแลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง
    รูปแบบของสุดบันทึกสุขภาพมีเนื้อหาที่ค่อนข้างเข้าใจยาก จำเป็นต้องได้รับการอธิบายเพื่อให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญ และได้รับความรู้ที่เป็นรูปธรรม
    สามารถนำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของผู้รับบริการแต่ละบุคคลได้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของมารดาและทารกnn1

ใส่ความเห็น