♥ พัฒนารูปแบบการสอนบีบเก็บน้ำนมในมารดาที่ลูกอยู่แผนกบริบาลทารกแรกเกิด

aunso

นางศัสยมน ปรางค์โท้

การทบทวนการจัดการความรู้  (BAR)

จากการสำรวจสถานการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของกรมอนามัยในปี 2552 พบว่าอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนเพิ่มขึ้นจากร้อยและ 16.3 ในปี 2548 เป็นร้อยละ 29.6 ในปี 2552 ซึ่งเป็นไปในทางที่ดีขึ้น แต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายของประเทศไทย เพราะยังมีแม่ที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยอีกกลุ่มหนึ่ง ที่สำคัญคือแม่ที่มีลูกป่วยเพราะในแต่ละปีประเทศไทยมีเด็กทารกแรกเกิดที่จำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลจำนวนมาก ทั้งทารกที่คลอดก่อนกำหนด ทารกที่ป่วยต้องอยู่ในแผนกบริบาลทารก(NICU) ทารกที่ได้รับการผ่าตัด หรือเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ เด็กกลุ่มนี้มีโอกาสถูกแยกแม่-ลูก หรือถูกสั่งให้งดนมแม่ด้วยเหตุผลต่างๆ ทำให้

ขาดโอกาสที่จะได้รับอาหารที่มีคุณค่าและมีความสำคัญที่สุดในชีวิตมีงานวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นถึงพลังของนมแม่ ที่บ่งชี้ว่าน้ำนมแม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่าต่อสุขภาพของทารกที่ป่วยอย่างดียิ่ง นมแม่เปรียบเสมือนการรักษา มีความสำคัญเหมือนกับเป็นเครื่องช่วยหายใจ มีความสามารถที่จะปกป้องเด็กทารกได้เมื่ออยู่ในห้อง NICU และจำเป็นอย่างยิ่งที่แพทย์และพยาบาลจะต้องให้เด็กที่ป่วยได้รับการเลี้ยงดูด้วยน้ำนมแม่ เพราะนมแม่สามารถลดการติดเชื้อในเด็กป่วย นมแม่เป็นทั้งยาและภูมิคุ้มกันที่นมผงไม่สามารถทดแทนได้ นมแม่ยังมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาการด้านสมองรวมไประบบอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของเด็กที่ป่วยหรือคลอดก่อนกำหนด และนมแม่ยังจะทำให้เด็กที่ป่วยออกจากโรงพยาบาลได้เร็วกว่าเด็กที่ไม่ได้รับการเลี้ยงด้วยนมแม่

จากการเก็บข้อมูลในแผนกสูติกรรมและ NICU พบว่า มีจำนวนมารดาที่คลอดบุตรในปี 2557 ทั้งหมดจำนวน 1,293 ราย มีจำนวนทารกที่มีความเจ็บป่วยและต้องแยกกับมารดาไปอยู่แผนก NICU จำนวนทั้งหมด 553 ราย คิดเป็น 42.76%  แผนกสูติกรรมเห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตามบันได 10 ขั้นในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเด็กป่วย(“Breast Feeding Sick Babies” ) ในบันไดขั้นที่2 Establishment and Maintenance of Milk Supply เป็นความรู้และวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำนมแม่สำหรับให้กับเด็กป่วยในกรณีต่างๆ และบันไดขั้นที3 Human Milk Management คือ วิธีการเก็บและใช้น้ำนมแม่ในการเลี้ยงดูเด็กป่วยที่ถูกต้องและเหมาะสมในมารดาที่ลูกอยู่แผนกบริบาลทารกแรกเกิด ทางแผนกสูติกรรมได้เริ่มสอนวิธีการกระตุ้นบีบเก็บน้ำนมมารดาตั้งแต่แรกรับย้ายฟักฟื้นในแผนก โดยใช้วิธีการสอนแบบรายบุคคล และเชิญเข้ากลุ่มรวมสอนอีกครั้งก่อนจำหน่ายกลับบ้านและมีการติดตามเป็นระยะๆ ภายในเวร 8 ชั่วโมง  1 ครั้ง ติดตามเพื่อให้ทราบว่ามารดาปฏิบัติบีบเก็บน้ำนมถูกต้องหรือไม่ และเป็นการกระตุ้นสร้างน้ำนมให้เร็วที่สุด เพื่อต้องการให้มารดาที่ทารกป่วยอยู่แผนกNICU สามารถบีบเก็บน้ำนมได้ถูกต้องและส่งนมบุตรให้ตรงเวลาและต่อเนื่อง ปัญหาที่พบคือ หลังได้รับการสอนจากเจ้าหน้าที่ มารดายังปฏิบัติการบีบน้ำนม และระยะเวลาการบีบไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสาเหตุน้ำนมหลั่งช้า  ในกรณีน้ำนมหลั่งแล้วเกิดปัญหาเต้านมคัดตึงเนื่องจากไม่ได้รับการบีบเก็บน้ำนมอย่างต่อเนื่อง แผนกสูติกรรมเห็นความสำคัญ จึงพัฒนารูปแบบการสอนบีบเก็บน้ำนมในมารดาที่ลูกอยู่แผนกบริบาลทารกแรกเกิด(NICU)  เพื่อให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานและช่วยส่งเสริมให้มารดาสามารถบีบเก็บน้ำนมได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อพัฒนารูปแบบการสอนบีบเก็บน้ำนมในมารดาที่ลูกอยู่แผนกบริบาลทารกแรกเกิด(NICU)
  2. เพื่อให้มารดาสามารถบีบเก็บน้ำนมได้ถูกต้อง

 กระบวนการจัดการความรู้

1 .ประชุมชี้แจงเจ้าหน้าที่รับทราบเกี่ยวกับการจัดทำ KM ประจำปี 2558 ใน วันที่ 23 ก.พ.58 จากปัญหาที่พบในมารดาหลังคลอดที่ลูกอยู่แผนก NICU คือ หลังได้รับการสอนจากเจ้าหน้าที่ มารดายังปฏิบัติการบีบน้ำนม และระยะเวลาการบีบไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสาเหตุน้ำนมหลั่งช้า  ในกรณีน้ำนมหลั่งแล้วเกิดปัญหาเต้านมคัดตึงเนื่องจากไม่ได้รับการบีบเก็บน้ำนมอย่างต่อเนื่อง แผนกจึงคิดพัฒนารูปแบบการสอนบีบเก็บน้ำนมในมารดาที่ลูกอยู่แผนกบริบาลทารกแรกเกิด(NICU)  เพื่อให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานและช่วยส่งเสริมให้มารดาสามารถบีบเก็บน้ำนมได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

upic59

  1. ออกแบบสื่อในการสอนมารดาบีบเก็บน้ำนม ครั้งที่1

โดยใช้รูปถ่ายจากเต้านมโมเดล แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแผนกเสนอแนะให้ปรับปรุงใหม่ ใช้รูปภาพเต้านมจริงที่ใช้มือบีบให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย

upic259

3.ออกแบบสื่อในการสอนมารดาบีบเก็บน้ำนมครั้งที่2 จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ สื่อการสอนมารดาบีบเก็บน้ำนมและตารางบันทึกเวลาในแผนกสูติกรรมในรายที่บุตรอยู่ แผนก NICU

upic359

4.จัดทำสื่อในการสอนมารดาบีบเก็บน้ำนมและตารางบันทึกเวลาในแผนกสูติกรรมในรายที่บุตรอยู่ แผนก NICU

upic459

  1. ประชุมชี้แจงเจ้าหน้าที่ทุกคนให้รับทราบเกี่ยวขั้นตอนแนวทางการปฏิบัติการสอนมารดาบีบเก็บน้ำนมในมารดารายที่บุตรอยู่ แผนก NICU

upic659

  1. 6. นำสื่อในการสอนมารดาบีบเก็บน้ำนมใช้ในการสอนมารดาที่ลูกอยู่แผนก NICU โดยทดลองใช้เป็นระยะเวลา 60 วัน ( 1 เม.ย.58 – 31 พ.ค.58 ) มารดาจำนวน 80 คน

upic759

  1. 7. แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินงานและการลงบันทึกแบบการลงบันทึกเวลาการบีบเก็บน้ำนม ได้แนวทางในการปฏิบัติที่ชัดเจน ระบุหน้าที่ความรับผิดชอบในการติดป้ายสื่อการสอนและดูแลการสอนบีบเก็บน้ำนมคือหน้าที่ของพยาบาล member ทีมแม่ และมีการส่งต่อข้อมูลในแต่ละเวรใน Kardex

upic859

8 . หลังจากได้ขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นแนวทางเดียวกันแล้ว จึงสร้างเครื่องมือแบบประเมินความพึงพอใจของมารดาหลังคลอดมารดารายที่บุตรอยู่ แผนก NICU จำนวน 40 ราย สรุปความพึงพอใจดังนี้

upic959

upic1059

แนวทางปฏิบัติการสอนบีบน้ำนมมารดาที่ลูกอยู่ NICU

  1. รับย้ายมารดาหลังคลอด เมื่อได้รับแจ้งว่าลูกไป NICU ให้ member ทีมแม่ เป็นผู้ให้นำป้ายสอนบีบน้ำนมไปให้และให้คำแนะนำ ( สามารถปฏิบัติหน้าที่แทนกันได้ แต่ทั้งนี้ member ทีมแม่ ต้องเป็นผู้ควบคุมว่าได้ปฏิบัติแล้ว)
  2. กรณีมารดาไม่ไหว/ไม่รู้สึกตัว/ไม่มีญาติ ให้รอจนกว่าจะพร้อม แต่ต้องส่งต่อข้อมูลกันระหว่างทีม ในใบ Kadex เตียงผู้ป่วย ด้วยคำว่า OK ป้ายน้ำนม / รอ ป้ายน้ำนม
  3. ใบบันทึกตารางเวลาบีบเก็บน้ำนมให้ เขียนชื่อ-สกุล เตียง/ห้อง
  4. การประเมินการบีบน้ำนมในแต่ละเวรให้ พยาบาล/พี่เลี้ยง ที่เข้าประเมินน้ำนม ลงชื่อตนเองในใบตารางบันทึกเวลาบีบเก็บน้ำนมตรงช่องผู้ประเมิน และขีดถูกที่ช่องของการไหลน้ำนมและให้มารดาลงชื่อด้านหลัง
  5. เมื่อรับย้ายทารกจาก NICU ผู้ที่ไปส่งทารกให้นำป้ายสอนบีบน้ำนมออกจากห้อง
  6. กรณีทารกอยู่ NICU ถึงวันที่มารดาจำหน่าย ให้ member ทีมแม่นำป้ายสอนบีบน้ำนมออกจากห้อง
  7. นำใบตารางบันทึกเวลาและป้ายสอนบีบน้ำนม เก็บไว้ในตระกร้าสีชมพูใต้รถปรอท

 

7) การประมวลผล / กลั่นกรองความรู้

          – ได้นวัตกรรมสื่อการสอนบีบเก็บน้ำนม และรูปแบบแนวทางการการสอนมารดาบีบเก็บน้ำนมที่ลูกอยู่แผนก NICU

8) กระบวนการนำไปใช้  การเผยแพร่

นำมาใช้ในหน่วยงาน  ประชาสัมพันธ์ในหน่วยงานเผยแพร่ผ่านแฟ้ม KM ของหน่วยงาน และ Facebook

9) การประเมินผลลัพธ์

ผลการดำเนินงาน จากการเก็บข้อมูลการสอนมารดาบีบเก็บน้ำนมที่ลูกอยู่แผนก NICU ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.58 – 31 พ.ค.58  มารดาจำนวน 80 คน พบว่า

upic1159

10) การต่อยอดความรู้

1.พัฒนาแนวปฏิบัติและนำมาใช้ในการสอนกระตุ้นการบีบเก็บน้ำนมมารดาที่ลูกอยู่ด้วยใน

แผนกสูติ-นรีเวชกรรม

 * อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม กดดาวน์โหลด *

 

 

Nicu2-58
Nicu2-58
nicu2-58.pdf
761.7 KiB
704 Downloads
รายละเอียด
avatar

About

ใส่ความเห็น