♥21 วัน เปลี่ยนชีวิต พิชิต Office Syndrome
คุณธนาพร กิตติเสนีย์
 เหตุผลและที่มา
จากการทบทวนปัญหาที่ผ่านมาของสำนักงานกลุ่มการพยาบาล พบประเด็นปัญหา 3 เรื่องหลัก ๆ    ที่ต้องการพัฒนา ได้แก่ เรื่องการประหยัดพลังงาน ความเสี่ยงในหน่วยงาน และ การพบอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากการทำงานหรือ “โรคออฟฟิศ ซินโดรม” ของบุคลากรกลุ่มการพยาบาล จึงได้มีการประชุมปรึกษาหารือในการเลือกเรื่องที่ต้องการพัฒนาและแก้ปัญหาร่วมกันเป็นลำดับแรก จึงได้ข้อสรุปออกมาว่า ต้องการแก้ปัญหา  “โรคออฟฟิศ ซินโดรม” ซึ่งจะส่งผลต่อภาวะสุขภาพของบุคลากรกลุ่มการพยาบาล ในระยะยาว และได้รวบรวมองค์ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคนี้
“โรคออฟฟิศ ซินโดรม” (Office Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่พบบ่อยในคนทำงานสำนักงาน เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มักจะมีอิริยาบถในการทำงานที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการนั่งนาน หลังค่อม รวมถึงการจ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ และปวดเมื่อยตามอวัยวะต่างๆ เช่น หลัง ไหล่ บ่า แขน หรือข้อมือ ซึ่งหากเป็นมากอาจก่อให้เกิดภาวะหมอนรองกระดูกอักเสบได้อีกด้วย สำหรับสาเหตุของการเกิดภาวะนี้เกิดจากอิริยาบถในการทำงานที่ไม่ถูกต้อง เช่น นั่งไขว่ห้าง นั่ง/ยืนหลังงอ นั่งขาลอยจากพื้นหรือขาไม่ทำมุม 90 องศา เป็นต้น รวมถึงสิ่งแวดล้อมในการทำงานไม่เอื้อต่อการมีอิริยาบถที่เหมาะสม เช่น จอคอมพิวเตอร์ไม่อยู่ในระดับสายตา คีย์บอร์ดอยู่ในตำแหน่งที่ข้อศอกไม่ทำมุม 90 องศา เป็นต้น  วิธีป้องกันโรค Office Syndrome ให้ได้ผลดี มีหลักสำคัญ 3 ประการ สิ่งสำคัญประการแรก ทำได้โดยการปรับสภาพแวดล้อม ตำแหน่งเก้าอี้ โต๊ะทำงาน หรือคอมพิวเตอร์ ให้เหมาะสม  ประการที่สอง สร้างความยืดหยุ่นให้แก่กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะบริเวณแขนและมือเพื่อป้องกันผลกระทบ และประการสุดท้าย ได้แก่ การสร้างลักษณะนิสัยของการมีอิริยาบถในการทำงานที่เหมาะสมเมื่อได้องค์ความรู้เกี่ยวกับอาการและสาเหตุแล้ว จึงทำการรวบรวมปัญหา สาเหตุของการเกิด Office Syndrome และระดับความปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยใช้แบบสำรวจสาเหตุของการเกิด Office Syndrome พบว่า บุคลากรในสำนักงานกลุ่มการพยาบาล มีกลุ่มที่มีอาการปวดเมื่อยเรื้อรัง ต้องได้รับการบรรเทาอาการปวดเมื่อยโดยการนวดประคบบรรเทาอาการเป็นระยะ ๆ ร้อยละ 33.3 ซึ่งในกลุ่มนี้มีอาการ นิ้วล็อกจากการใช้คอมพิวเตอร์นานเกินไปด้วย และอีกกลุ่มหนึ่งจะมีอาการปวดเมื่อยเป็นครั้งคราว ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้จะมีอาการปวดเมื่อยมากขึ้นและเรื้อรังจนต้องได้รับการบำบัด ร้อยละ 55.6 และมีส่วนน้อยที่ยังไม่มีอาการแต่อิริยาบถในการทำงานยังไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจส่งผลต่อการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อในระยะต่อไปได้ ร้อยละ 11.1   สำหรับการวัดระดับความปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อ (ใช้เครื่องมือ Visual analog scale วัดระดับความปวดเมื่อยโดยคะแนน 0 หมายถึง ไม่ปวดเมื่อยเลย และคะแนน 10 หมายถึงปวดเมื่อยมากที่สุด) พบว่าเจ้าหน้าที่มีระดับความปวดเมื่อยสูงสุด เท่ากับ 7.2 และต่ำสุดเท่ากับ 1.7  ค่าความปวดเมื่อยเฉลี่ยเท่ากับ 4.13   สำหรับสาเหตุของการเกิด Office Syndrome พบว่าเกิดจากสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้แก่ คีย์บอร์ดอยู่ในตำแหน่งที่ข้อศอกไม่ทำมุม 90 องศา มากที่สุด ร้อยละ 66.6 รองลงมาเป็นที่รองแขนอยู่ในตำแหน่งสูง/ต่ำกว่าข้อศอก ร้อยละ 55.5  สำหรับสาเหตุจากอิริยาบถในการทำงานที่ไม่เหมาะสม ได้แก่ การนั่งหลังไม่ชิดพนักเก้าอี้ และท่าในการใช้เมาส์โดยไม่พักข้อศอกบนที่รองแขน พบมากที่สุด ร้อยละ 55.5 รองลงมาเป็น นั่งหลังงอ และยืนห่อไหล่/หลังค่อม ร้อยละ 44.4 นอกจากนั้นยังมีสาเหตุจากความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ได้แก่ มีการเกร็งกล้ามเนื้อท่าเดิมนาน ๆ พบว่าทำเป็นประจำ ร้อยละ 11.1 ทำนาน ๆ ครั้ง ร้อยละ ร้อยละ 55.5  และไม่มีการพัก/ผ่อนคลายกล้ามเนื้อระหว่างทำงาน พบเป็นประจำ ร้อยละ 33.3 ทำนาน ๆ ครั้ง ร้อยละ 44.4
จากปัญหา สาเหตุของการเกิด Office Syndrome ดังกล่าว ทางสำนักงานกลุ่มการพยาบาลจึงเห็นความสำคัญในการปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมในการทำงานตามปัญหาที่พบรายบุคคล และปรับเปลี่ยนลักษณะนิสัย/อิริยาบถในการทำงานที่ไม่เหมาะสม  โดยการรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งพบว่ามีหลายทฤษฏี เช่น ทฤษฎีนิสัยใน 21 วัน (21-Day Habit Theory) ของ Dr. Maxwell Maltz ซึ่งเขียนลงในหนังสือ Psycho-Cybernetics, การใช้แรงเสริมเพิ่มความแข็งแกร่งในพฤติกรรม ของ Skinner,  ทฤษฎีการเรียนรู้แบบวางเงื่อนไขการกระทำ (Operant Conditioning) ของ Burrhus F. Skinner เป็นต้น เมื่อนำทฤษฎีทั้งหมดที่รวบรวมได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พบว่า ทฤษฎีนิสัยใน 21 วัน (21-Day Habit Theory)ของDr. Maxwell Maltz เป็นทฤษฎีที่เข้าใจและนำมาปฎิบัติได้ง่ายที่สุด วัดผลได้เร็วกว่าทฤษฎีอื่น ๆ  ดังนั้นจึงเลือกทฤษฎีนี้มาใช้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยให้แต่ละคนกำหนดพฤติกรรมที่ต้องการจะปรับเปลี่ยนของตนเอง เพื่อให้มีอิริยาบถในการทำงานให้ถูกต้อง แล้วบันทึกการปฏิบัติให้ต่อเนื่องอย่างน้อย 21 วัน ถ้าทำยังไม่ได้ให้เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่  จนสามารถที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านั้นได้ หลังจากนั้นจะทำการสำรวจถึงพฤติกรรม และระดับความปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเทียบกับตอนที่ยังไม่มีการปรับเปลี่ยน
วัตถุประสงค์
          1) เพื่อจัดทำแผนการปรับเปลี่ยนอิริยาบถให้เหมาะสมในการทำงานของบุคลากรกลุ่มการพยาบาล
           2) เพื่อลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากกลุ่มอาการ Office Syndrome
    ผลที่คาดว่าจะได้รับ
          1) บุคลากรกลุ่มการพยาบาลมีอิริยาบถที่เหมาะสมในการทำงาน   
          2) บุคลากรกลุ่มการพยาบาลมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากกลุ่มอาการ Office Syndrome ลดลง
* อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม กดดาวน์โหลด *
กลุ่มการพยาบาล59 Compressed
กลุ่มการพยาบาล59 Compressed
%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A559.compressed.pdf
321.1 KiB
198 Downloads
รายละเอียด
avatar

About

ใส่ความเห็น