♥การพัฒนาแนวทางป้องกันการพลัดตกหกล้มในหญิงหลังคลอด แผนกสูติ-นรีเวชกรรม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

1. ชื่อโครงการวิจัย (Protocol title)
(ภาษาไทย)การพัฒนาแนวทางป้องกันการพลัดตกหกล้มในหญิงหลังคลอด แผนกสูติ-นรีเวชกรรม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์
(ภาษาอังกฤษ)
2. ผู้วิจัย วาสนา เงินม่วง
3.สถานที่ติดต่อ งานสูติ-นรีเวชกรรม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 ถ.พหลโยธิน ต.นครสวรรค์ออก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60000
4..คาสาคัญ (keywords) ของโครงการวิจัย
การพลัดตกหกล้ม(Fall)หมายถึง เหตุการณ์ต่างๆที่มีผลทาให้เกิดการลื่นล้มลงพื้นทุกชนิด ในโรงพยาบาล รวมทั้งการตกเตียง ตกจากเปล หรือล้อนั่ง
การป้องกันการพลัดตกหกล้ม หมายถึง กิจกรรมการพยาบาลที่ต้องปฏิบัติเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้ม


5.หลักการและเหตุผลที่มาของปัญหาที่ทาการวิจัย (Background and Rational)
การพลัดตกหกล้มเป็นอุบัติการณ์ไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อยในโรงพยาบาล ผลกระของการพลัดตกหกล้มทาให้ร่างกายบาดเจ็บ เกิดความพิการและเสียชีวิตตามมา นอกจากนี้ยังมีผลต่อสภาพจิตสภาพจิตใจภายหลังเกิดการพลัดตกหกล้ม อีกทั้งยังพบว่าค่าใช้จ่ายของครอบครัว และโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น เนื่องจากทาให้ระยะเวลานอนโรงพยาบาลนานขึ้น และยังทาให้เจ้าหน้าที่พยาบาลและญาติรู้สึกผิด และวิตกกังวล ซึ่งสาเหตุการพลัดตกหกล้ม เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยปัจจัยส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ จึงทาให้องค์การทางวิชาชีพพยาบาล กาหนดอัตราการพลัดตกหกล้มของผู้ป่วยเป็นตัวชี้วัดคุณภาพเชิงผลลัพธ์
ทางการพยาบาล และส่งเสริมความปลอดภัย(ANA,2003;H00k&Winchel,2006;NPSA,2007)อีกทั้งองค์การด้านสุขภาพต่างๆได้พยายามพัฒนาแนวทางการป้องกันการพลัดตกหกล้มขึ้น โดยทุกองค์การกาหนดให้การประเมิน และคัดกรองผู้ป่วยที่เสี่ยงเป็นขั้นตอนแรกและมีความสาคัญที่สุด ซึ่งจะช่วยให้ทีมดูแลมีข้อมูลในการวางแผนดูแลผู้ป่วยเฉพาะราย(Ganz,D.A.et al.,2013)เพื่อนาสู่กิจกรรม การป้องกันการพลัดตกหกล้ม
อุบัติการณ์พลัดตกหกล้มในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ในปี 2559 พบ 1 รายแผนกสูติ-นรีเวชกรรมพบ 1 ราย เป็นมารดาหลังคลอดที่เสียเลือดขณะคลอด ส่งผลให้มีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืดเป็นลม และมีมารดาเป็นลม 4 ราย ให้การช่วยเหลือได้ทัน ผู้ป่วยไม่ได้รับบาดเจ็บ แนวทางการดูแลมารดาหลังคลอด คือติดป้ายบอกเวลาครบปัสสาวะภายใน 8 ชั่วโมงหลังคลอด และเวลาที่สามารถลุกจากเตียงได้ ร่วมกับอธิบายวิธีการปฏิบัติตัวหลังคลอด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
จากแนวปฏิบัติข้างตน พบว่าแนวทางการดูแลที่ปฏิบัติอยู่เดิม ยังไม่ครอบคลุมปัญหาทั้งหมด ทาให้ผลการดาเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายตัวชี้วัด จึงร่วมกันทบทวนเพื่อหาแนวทางการปฏิบัติ ในการป้องกันอุบัติเหตุในมารดาหลังคลอด และได้มีการพัฒนาแนวทางโดยจัดทาป้ายให้คาแนะนา การปฏิบัติตัวหลังคลอดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และจัดทาแนวทางปฏิบัติสาหรับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ปฏิบัติเป็นแนวเดียว ซึ่งจะส่งผลให้ไม่เกิดอุบัติการณ์พลัดตกหกล้มในแผนกสูติ-นรีเวชกรรมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ต่อไปในอนาคต
6. วัตถุประสงค์ของการวิจัย
เพื่อศึกษาแนวทางการปฏิบัติในการป้องกันพลัดตกหกล้มในมารดาหลังคลอด และป้ายให้คาแนะนาการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันพลัดตกหกล้ม ที่เป็นแนวทางปฏิบัติเดียวกัน
7. ขอบเขตการวิจัย
ประชากรในการวิจัยครั้งนี้คือมารดาหลังคลอดปกติและมารดาหลังผ่าตัดคลอดทุกราย ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 ในเดือน มกราคม – ธันวาคม 2560
8. วิธีการดาเนินการวิจัย และสถานที่ทาการทดลอง/เก็บข้อมูล
การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เป็นมารดาหลังคลอดทางช่องคลอด และมารดาหลังผ่าตัดคลอดทั้งหมด ที่คลอดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3
a. จานวนประชากรที่ใช้ในการวิจัย อยู่ในช่วงระยะเวลา เดือน มกราคม – ธันวาคม 2560
(อย่างน้อย 30 คน)
b. ขั้นตอนการดาเนินการวิจัย (Trial procedures)
ผู้วิจัยเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลเอง เริ่มทาการศึกษาโดยการได้มีการพัฒนาแนวทางโดยจัดทาป้ายให้คาแนะนา การปฏิบัติตัวหลังคลอดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และจัดทาแนวทางปฏิบัติสาหรับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ปฏิบัติเป็นแนวเดียว ซึ่งจะส่งผลให้ไม่เกิดอุบัติการณ์พลัดตกหกล้มในแผนกสูติ-นรีเวชกรรมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ต่อไปในอนาคต
กิจกรรมพัฒนา(Process)
1.การให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วย /ญาติ การป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากการไปห้องน้า และลงเตียงครั้งแรก หลังการคลอดหรือหลังถอดสายสวนปัสสาวะ
2.การปฏิบัติตัวก่อนไปห้องน้า และการลงจากเตียง ครั้งแรกภายหลังคลอด ครบถ้วนและทวนสอบทุกครั้ง
3.ติดป้ายที่หัวเตียงบอก กาหนดเวลาปัสสาวะไม่เกิน 6 ชั่วโมง และลุกจากเตียง 8 ชั่วโมง หลังการคลอด หรือหลังถอดสายสวนปัสสาวะ
4.จัดทาป้ายให้คาแนะนาการปฏิบัติตัวหลังคลอด กับมารดาและญาติ
5.ติดตาม/ประเมินอาการผู้ป่วยหลังรับย้าย 4 ชั่วโมง และตรวจเยี่ยมเวรละ 1 ครั้ง
6.กรณีผู้ป่วยปัสสาวะไม่ออกครั้งแรก ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง ห้ามลุกเข้าห้องน้าเอง
7.กระตุ้นให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารทันทีหลังคลอด เช่น นมกล่อง
8.กรณีผู้ป่วยมีการหกล้มศีรษะกระแทกพื้นให้รายงานแพทย์รับทราบอาการทันที
9.เก็บข้อมูลสถิติ วิเคราะห์ พัฒนางานอย่างต่อเนื่อง

* อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมทั้งหมด กดดาวน์โหลด *

 

วิจัยห้องคลอด2-61
วิจัยห้องคลอด2-61
%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%942-61.pdf
572.1 KiB
341 Downloads
รายละเอียด
avatar

About

ใส่ความเห็น