♥ ผลการใช้รูปแบบกระบวนการสอนแบบมอนเตสซอรี่ของผู้ปกครองเด็กปฐมวัย

นางพรทิพย์ รักคำมี

การส่งเสริมและกระตุ้นพัฒนาการเด็กปฐมวัยมีส่วนทำให้เด็กมีพัฒนาการ     ที่ดีขึ้น และการนำรูปแบบการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่มาใช้สอนในศูนย์เด็กเล็กมีผลส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการที่สมวัย และมีความฉลาดทางอารมณ์ที่ดีขึ้น รวมทั้งการนำนวัตกรรมการสอนแบบมอนเตสซอรี่มาใช้กับเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 อายุ 5 ปีส่งผลต่อพัฒนาการที่ดีขึ้น       งานตรวจสุขภาพเด็กดี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ได้ ทำการศึกษาวิจัย     เรื่อง ผลการใช้รูปแบบกระบวนการสอนแบบมอนเตสซอรี่ของผู้ปกครองเด็กปฐมวัย   ในเด็กอายุ 1 ปี 6 เดือน – 2 ปี ซึ่งจากผลการศึกษาสรุปได้ว่าการนำกระบวนการสอนแบบมอนเตสซอรี่มาใช้ในเด็กปฐมวัย(เด็กอายุ 1 ปี 6 เดือน – 2 ปี) สามารถส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย และความฉลาดทางอารมณ์ดีกว่าเด็กที่ได้รับการดูแลปกติ ผลที่ได้รับเป็นไปในแนวทางเดียวกัน(พรทิพย์ รักคำมี,2552)

ดังนั้นงานตรวจสุขภาพเด็กดี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพจึงคิดทำการศึกษาวิจัยต่อยอดโดยการเปรียบเทียบว่าช่วงวัยที่ต่างกันน่าส่งผลต่อพัฒนาการที่ต่างกัน

กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ใช้กระบวนการวิจัยกึ่งทดลองซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการประยุกต์ใช้รูปแบบกระบวนการสอนแบบมอนเตสซอรี่ของผู้ปกครองเด็กปฐมวัยในช่วงวัยที่ต่างกันที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 8 กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาคือผู้ปกครองเด็กปฐมวัย(เด็กอายุ 1 ปี 6 เดือน – 2 ปี)จำนวน 100 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 50 คน และผู้ปกครองเด็กปฐมวัย(เด็กอายุ 3 ปี –3 ปี 6 เดือน)จำนวน 100 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 50 คน เลือกเข้าเลือกเข้ากลุ่มโดยวิธีจับฉลาก วิธีดำเนินการวิจัยประกอบด้วย 3 ขั้นตอนคือ 1) ศึกษาพัฒนาการเด็กปฐมวัยทั้ง 4 กลุ่ม ความฉลาดทางอารมณ์เด็กปฐมวัย (เด็กอายุ 3 ปี –3 ปี 6 เดือน) และความรู้ผู้ปกครองในเด็กกลุ่มทดลองก่อนนำกระบวนการสอนแบบมอนเตสซอรี่มาใช้กับกลุ่มทดลอง 2 )ใช้รูปแบบกระบวนการสอนแบบมอนเตสซอรี่ 3 ) ศึกษาเปรียบเทียบผลการใช้รูปแบบกระบวนการสอนแบบมอนเตสซอรี่ต่อพัฒนาการเด็กทั้ง 4 กลุ่ม ความฉลาดทางอารมณ์เด็กปฐมวัย (เด็กอายุ 3 ปี –3 ปี 6 เดือน) และความรู้ผู้ปกครองในเด็กกลุ่มทดลองหลังเข้าร่วมโครงการ 3 เดือน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบทดสอบพัฒนาการ DENVER II แบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และt – testผลการวิจัยพบว่า เด็กปฐมวัย(เด็กอายุ 1 ปี 6 เดือน – 2 ปีและเด็กอายุ3 ปี  –3 ปี 6 เดือน)กลุ่มทดลองที่ได้รับการใช้รูปแบบกระบวนการสอนแบบมอนเตสซอรี่มีพัฒนาการดีกว่ากลุ่มควบคุม แต่เด็กปฐมวัย(เด็กอายุ 1 ปี 6 เดือน – 2 ปี) มีพัฒนาการ ดีกว่าเด็กปฐมวัย (เด็กอายุ 3 ปี -3 ปี 6 เดือน) ส่วนความรู้ผู้ปกครองในเด็กปฐมวัย(เด็กอายุ 1 ปี 6 เดือน – 2 ปีและเด็กอายุ3 ปี  –3 ปี 6 เดือน)กลุ่มทดลองไม่แตกต่างกัน และความฉลาดทางอารมณ์เด็กปฐมวัย(เด็กอายุ 3 ปี -3 ปี 6 เดือน) กลุ่มทดลองดีกว่ากลุ่มควบคุมโดยดีกว่าทั้งทางด้านดี เก่ง  และสุข

จากผลการศึกษาสรุปได้ว่าการนำรูปแบบกระบวนการสอนแบบมอนเตสซอรี่มาใช้ในเด็กปฐมวัย(เด็กอายุ 1 ปี 6 เดือน – 2 ปี) สามารถส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพสูงสุด  ส่วนความฉลาดทางอารมณ์ในเด็กปฐมวัย(เด็กอายุ 3 ปี  –3 ปี 6 เดือน) ดีกว่าเด็กที่ได้รับการดูแลปกติ ดังนั้นรูปแบบที่ได้สามารถนำไปเผยแพร่เป็นคู่มือการสอนให้กับผู้ปกครองหรือผู้เลี้ยงดูเด็กปฐมวัย (เด็กอายุตั้งแต่ 1 ปี 6 เดือนขึ้นไป) ที่มารับบริการที่คลินิกตรวจสุขภาพเด็กดีปี 2556

 

* อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม กดดาวน์โหลด *

 

วิจัย-ผลการใช้รูปแบบกระบวนการสอนแบบมอสเตสซอรี่
วิจัย-ผลการใช้รูปแบบกระบวนการสอนแบบมอสเตสซอรี่
วิจัย-ผลการใช้รูปแบบกระบวนการสอนแบบมอสเตสซอรี่.pdf
6.8 MiB
4957 Downloads
Details
avatar

About

ใส่ความเห็น