♥ โครงการการพัฒนาระบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจาง โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ นครสวรรค์

นางสาวปราณี สุวัฒนพิเศษ

ภาวะโลหิตจางเป็นภาวะผิดปกติที่พบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์ ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะสุขภาพของมารดาและทารก การดำเนินงานที่ผ่านมาของศูนย์อนามัยที่ 8 ยังไม่มีรูปแบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางที่ชัดเจน ไม่เฉพาะเจาะจง ทำให้หญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ยังคงพบภาวะโลหิตจางอยู่เมื่อเจาะเลือดซ้ำในครั้งที่ 2  (ปี 2552 – 2554 พบร้อยละ 10.4, 15.5 และ 12.9 ตามลำดับ) จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่าความสำคัญในการดูแลผู้รับบริการในกลุ่มนี้ไม่ใช่มุ่งเน้นเฉพาะเรื่องการรักษาทางยาอย่างเดียวเท่านั้น ความรู้/ความเข้าใจและการปฎิบัติตัวที่ถูกต้องของผู้รับบริการก็มีความสำคัญในการแก้ปัญหาภาวะโลหิตจาง โดยเฉพาะในเรื่องของการรับประทานยาให้มีประสิทธิภาพ การรับประทานอาหารที่เพิ่มธาตุเหล็ก ดังนั้นจะเห็นว่าบทบาทสำคัญของการดูแลจะไม่ใช่เฉพาะแค่แพทย์และพยาบาล แต่ยังรวมถึงเภสัชกร และโภชนากร ในการที่จะวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนการดูแลร่วมกัน แต่ที่ผ่านมาศูนย์อนามัยที่ 8 นั้น ยังไม่เคยมีการพูดคุยหรือวางแผนร่วมกันในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางของทีมสหสาขาวิชาชีพ ไม่มีการส่งต่อหรือประสานงานกันระหว่างหน่วยงานเพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลที่ครอบคลุมในทุกด้าน จากสาเหตุดังกล่าวน่าจะส่งผลให้ปัญหาภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์จากการเจาะเลือดครั้งที่ 2 ของศูนย์อนามัยที่ 8 ยังคงสูงอยู่ และถ้าไม่ได้รับการพัฒนา แก้ไข ปัญหาตัวชี้วัดอื่น ๆ ที่เป็นผลกระทบจากการมีภาวะซีดของหญิงตั้งครรภ์ เช่น  การติดเชื้อ การคลอดก่อนกำหนด การคลอดทารกน้ำหนักน้อย เป็นต้น ก็จะยังคงเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขต่อไปดังนั้น เพื่อให้ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไข และพัฒนาระบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีอยู่เดิมให้ดีขึ้นจากทีมสหสาขาวิชาชีพ ในการส่งผลต่อสุขภาพที่ดีของมารดาและทารก จึงมีโครงการที่จะพัฒนาระบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่ภาวะโลหิตจางจากทีมสหสาขาวิชาชีพ โดยมุ่งหวังให้อัตราของการเกิดภาวะโลหิตจาง (จากการเจาะเลือดครั้งที่ 2) ในหญิงตั้งครรภ์ลดลงได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

กระบวนการจัดการความรู้

มีการจัดการความรู้ โดยการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งหมด 3 ครั้ง

ครั้งที่ 1 วันที่ 14 ธค. 54 จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้ทราบปัญหาการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางในแต่ละสหสาขาวิชาชีพดังนี้ ด้านแพทย์ พบว่า แพทย์มีแนวทางในการรักษา แต่บางครั้ง/บางคนไม่ปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดไว้ ด้านพยาบาล พบว่า ยังไม่มีแนวทางในการให้ความรู้เรื่องภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ ทำให้หญิงตั้งครรภ์ขาดความตระหนักในผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตนเองและทารกในครรภ์ ขาดการประเมินปัญหาอุปสรรคในการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงขาดการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของครอบครัวในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจาง ด้านเภสัชกร มีแนวทางในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางอยู่ โดยมีการให้ความรู้ และแจกคู่มือในการรับประทานยาเสริมธาตุเหล็ก แต่ยังขาดการประเมินติดตามการรับประทานยา และวิเคราะห์ถึงปัญหาอุปสรรคในการรับประทานยา ด้านโภชนากร พบว่ามีการให้ความรู้ทั่วไปในการรับประทานอาหารขณะตั้งครรภ์ในโรงเรียนพ่อแม่ แต่ไม่มีการให้ความรู้เรื่องของอาหารที่เสริมธาตุเหล็ก รวมถึงไม่มีการประเมินภาวะโภชนาการในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจาง ดังนั้นในแต่ละสหสาขาวิชาชีพ ควรหาแนวทางในพัฒนาการดูแลร่วมกัน

ครั้งที่ 2 วันที่ 4 มค. 55 จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้ข้อสรุปว่า การพัฒนาระบบระบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางเป็นการดูแลเฉพาะกลุ่ม ควรจัดตั้งเป็นคลินิกแยกเฉพาะโรค เพื่อการดูแลที่ครอบคลุม ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยกำหนดเป็น “High Risk Clinic” ควรเป็นช่วงเวลาที่ไม่ตรงกับการให้บริการฝากครรภ์ปกติ เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่มีเวลาที่จะดูแลกลุ่มเสี่ยงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกลุ่มกลุ่มเป้าหมายของคลินิกนี้จะมี 2 กลุ่ม ตามที่ตกลงกันไว้ในการประชุมครั้งที่แล้ว คือกลุ่มที่มีภาวะเสียงต่อการเกิดภาวะโลหิตจาง(Hct = 33-35 %) และกลุ่มที่มีภาวะโลหิตจาง (Hct ≤32%) การให้บริการในกลุ่มที่เสี่ยงจะเน้นเรื่องการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองและทารกในครรภ์ เพื่อให้เกิดความตระหนักในการดูแลตนเอง ให้ความรู้เกี่ยวกับการรับประทานอาหารและยาเสริมธาตุเหล็ก ส่วนในกลุ่มที่ซีดแล้วจะเพิ่มกิจกรรมในเรื่องของการประเมินการรับประทานยาและการรับประทานอาหารเป็นรายบุคคล เพื่อให้ทราบปัญหา อุปสรรคในการรับประทานยาหรืออาหาร และให้คำแนะนำให้ตรงกับปัญหา อุปสรรคของผู้รับบริการ

ครั้งที่ 3 วันที่ 20 สค. 55 จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พบว่า ยังมีปัญหาว่ายังมีผู้รับบริการบางรายผลเลือด (Hct) ยังลดลง อาจเนื่องจาก แพทย์ยังไม่ปฎิบัติตาม protocol และเรื่องการดูดซึมยาที่แตกต่างกันของผู้รับบริการ เน้นให้ความรู้เรื่องการรับประทานให้มีประสิทธิภาพในการดูดซึ

จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งหมด 3 ครั้ง ทำให้ได้รูปแบบ (Protocol) ในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางโดยสหสาขาวิชาชีพ โดยให้ผู้รับบริการเข้าคลินิกทั้งหมด 4 ครั้ง โดยในแต่ละครั้งจะมีกิจกรรมที่ได้รับจากแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และโภชนากร ทุกครั้ง

มที่ดี และอาหารที่ส่งเสริมการดูดซึมธาตุเหล็ก สำหรับในส่วนของแพทย์ที่ไม่ปฎิบัติตาม protocol แพทย์กนกรับไปดำเนินการ

 

* อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม กดดาวน์โหลด *

 

แบบฟอร์ม 4 Anemia (ส่ง สค.55)
แบบฟอร์ม 4 Anemia (ส่ง สค.55)
แบบฟอร์ม 4_anemia (ส่ง สค.55).pdf
117.1 KiB
717 Downloads
รายละเอียด
avatar

About

ใส่ความเห็น