♥ การควบคุมแผ่นคราบจุลินทรีย์ในหญิงตั้งครรภ์

junjira

ทพญ.จันจิรา วันแต่ง

จากข้อมูลหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 8 พบว่าจำนวนคนไข้หญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการฝากครรภ์ ปี 2550 ปี 2551 ปี 2552 จำนวน 2,380 คน 2,145 คน และ 2,540 คน ตามลำดับ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้รับบริการหลักที่มารับบริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ อีกกลุ่มหนึ่ง และจากการรวบรวมข้อมูลหญิงตั้งครรภ์ระหว่างช่วง 12-20 สัปดาห์ ที่เข้าร่วมโครงการของกลุ่มงานส่งเสริมทันตสุขภาพ ในปี 2552-2553 จำนวน 244 คน พบว่า caries free (ภาวะปราศจากฟันผุ) มีเพียง27.46% และมีภาวะฟันผุ 72.54% และพบภาวะเหงือกอักเสบ 72.54% ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ยังคงมีปัญหาสุขภาพช่องปาก แม้จะได้ ทันตสุขศึกษา หญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มที่ควรได้รับการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษรวมทั้งสุขภาพช่องปาก เพราะมีโอกาสเกิดโรคปริทันต์รุนแรงกว่าช่วงเวลาอื่นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน (Muramatsu,Y. and Takaesu, Y., 1994,pp.139-151) และ สภาวะปริทันต์ของมารดายังมีผลต่อน้ำหนักของทารกที่คลอด (Marin, C., et al., 2005, pp. 299-304)

ในฐานะเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเราควรมีการสร้างเสริมสุขภาพให้แก่ทุกช่วงวัยเพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีอย่างถ้วนหน้า และการทำความสะอาดช่องปากเป็นการควบคุมคราบจุลินทรีย์วิธีหนึ่ง ที่เรียกว่า mechanical plaque control ซึ่งการควบคุมคราบจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพนั้นสามารถลดการเกิดสภาวะฟันผุ และเหงือกอักเสบได้ ทั้งนี้รายละเอียดการให้ทันตสุขศึกษาเกี่ยวกับการควบคุมคราบจุลินทรีย์ มีข้อปลีกย่อย แตกต่างกันไปในทันตบุคลากรแต่ละคน ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้เพื่อศึกษาแนวทางการให้ทันตสุขศึกษา โดยพิจารณาประสิทธิภาพการควบคุมคราบจุลินทรีย์ หรือ PLAQUE  INDEX

กระบวนการจัดการความรู้

1) การเรียนรู้

ประชุมสมาชิกกลุ่มเพื่อคัดเลือกแนวทางการควบคุมคราบจุลินทรีย์ การทบทวนวิธีการควบคุมคราบจุลินทรีย์ โดยเกณฑ์พิจารณาการควบคุมคราบจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพนั้น ดัชนีคราบจุลินทรีย์ควรลดลงอย่างน้อย 50%

การควบคุมคราบจุลินทรีย์ ประกอบด้วย การทำความสะอาดช่องปากและฟัน ด้วยการแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟัน ซึ่งสามารถประเมินได้ด้วยการย้อมคราบจุลินทรีย์ด้วยสีย้อมฟัน ทำการบันทึกดัชนีคราบจุลินทรีย์ ในครั้งแรกที่นัดมารับบริการทันตกรรม ก่อนการแปรง ฟัน และบันทึกคราบจุลินทรีย์ครั้งที่2 หลังจากการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน ในวันแรกที่มารับบริการทันตกรรม และบันทึกคราบจุลินทรีย์ครั้งที่ 3 หลังการแปรงฟันและ ใช้ไหมขัดฟันในวันที่นัดมารับบริการทันตกรรมครั้งถัดไป สำหรับการบันทึกดัชนีคราบจุลินทรีย์เลือกใช้แบบPHP-M (personal hygiene performance modified)

การย้อมสีฟัน พิจารณาการติดสี โดยตรวจตัวแทนซี่ฟัน 6 ซี่ ได้แก่ #17/18, #13, #24, #37/38, #33, #44 ตามลำดับ ทั้งด้านใกล้กระพุ้งแก้ม (buccal) และด้านลิ้น (ligual) แบ่งฟันแต่ละด้านออกเป็น 5 ส่วน ให้คะแนนส่วนที่ติดสี ส่วนละ 1 คะแนน

ประเภทการให้ทันตสุขศึกษา แบ่งได้ดังนี้ 1) แบบรายบุคคล หมายถึง ผู้รับบริการได้รับทันตสุขศึกษาแบบตัวต่อตัวระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้รับบริการในคลินิกทันตกรรม 2)แบบรายกลุ่มหมายถึง ผู้รับบริการได้รับทันตสุขศึกษาแบบกลุ่มร่วมกับผู้รับบริการรายอื่นในโรงเรียนพ่อแม่

การปฏิบัติตามแนวทางการควบคุมคราบจุลินทรีย์ ตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง กรกฎาคม 2555

หลังจากเผยแพร่ทาง facebook ในกลุ่ม KM HPH8 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดังนี้

Q : การให้ทันตสุขศึกษารายกลุ่มมีนวัตกรรมที่ทำให้ประสิทธิภาพดีเทียบเท่ากับรายบุคคลอย่างไรหรือไม่

A : สำหรับการให้ทันตสุขศึกษารายกลุ่ม เราทำในโรงเรียนพ่อแม่ โดยมีเครื่องมือพิเศษ เป็นกล้องจุลทรรศน์เพื่อเขี่ยคราบจุลินทรีย์และย้อมให้หญิงตั้งครรภ์เห็นเชื้อที่อยู่ในคราบขี้ฟัน เป็นการกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจในการดูแลสุขภาพช่องปากอีกทางหนึ่ง

เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบประเภทการสอนแบบรายกลุ่มและรายบุคคลพบว่ามีประสิทธิภาพ การควบคุมคราบจุลินทรีย์ที่ดี โดยแสดงจากค่าดัชนีคราบจุลินทรีย์ลดลงอย่างน้อย50%ทั้งสองประเภท

พบว่าการให้ทันตสุขศึกษาแบบรายบุคคลมีประสิทธิภาพในการควบคุมคราบจุลินทรีย์ดีกว่าการให้ทันตสุขศึกษาแบบรายกลุ่มเมื่อพิจารณาจากค่าดัชนีคราบจุลินทรีย์ลดลงอย่างน้อย50%

สรุปว่าในระยะยาวการให้ทันตสุขศึกษาแบบรายบุคคลมีประสิทธิภาพดีกว่า

* อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม กดดาวน์โหลด *

 

การควบคุมแผ่นคราบจุลินทรีย์ในหญิงตั้งครรภ์
การควบคุมแผ่นคราบจุลินทรีย์ในหญิงตั้งครรภ์
การควบคุมแผ่นคราบจุลินทรีย์ในหญิงตั้งครรภ์.pdf
498.7 KiB
2675 Downloads
Details
avatar

About

ใส่ความเห็น