♥ รูปแบบการสอนผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กอายุ 1-3 ปี

1920436_731257056905435_1935131893_n

น.ส.สิริวรรณ พันรอด

จากการศึกษาพฤติกรรมการแปรงฟันเด็กของผู้ปกครองที่มารับบริการในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพนครสวรรค์ พบว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่มีปัญหาในการแปรงฟันให้เด็ก เนื่องจากเด็กไม่ให้ความร่วมมือ ผู้ปกครองแปรงไม่เป็น หรือผู้ปกครองไม่กล้าแปรงฟันให้เด็กเพราะกลัวเด็กเจ็บ ส่งผลให้เด็กมีปัญหาฟันผุ ตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้นมาในช่องปาก ประกอบกับฟันน้ำนมซี่แรกของเด็กจะเริ่มขึ้นเมื่อเด็กอายุประมาณ 6 เดือน ดังนั้นเพื่อลดการเกิดปัญหาโรคฟันผุในเด็ก และเพื่อให้การให้ทันตสุขศึกษาของเจ้าหน้าที่แต่ละคนเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ผู้ปกครองได้รับความรู้ และพึงพอใจในรูปแบบการสอนกลุ่มงานส่งเสริมทันตสุขภาพจึงได้ทำการหาแนวทางการสอนผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กอายุ 1-3 ปี เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการส่งเสริมทันตสุขภาพในเด็กอายุ 1-3 ปี ต่อไป

กระบวนการจัดการความรู้

ครั้งที่ 1 จัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรวบรวมและถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับโรคและการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กเล็ก ให้แก่สมาชิกในกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วยทันตแพทย์ เจ้าพนักงานทันต     สาธารณสุข และผู้ช่วยทันตกรรม ศึกษารูปแบบ แนวทางการสอนผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กอายุ 1-3 ปี ในคลินิกทันตกรรมจากหน่วยงานอื่นๆ ที่เป็นต้นแบบ รายละเอียดที่ได้จากการเรียนรู้มีดังนี้

  • การให้ทันตสุขศึกษาแก่ผู้ปกครองที่พาเด็กมาตรวจฟัน ควรสอนให้เหมาะกับช่วงวัยของเด็ก และนอกจากจะสอนเรื่องการทำความสะอาดฟันแล้ว ควรให้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่อง พฤติกรรมการดูดนม การรับประทานอาหาร และการให้ฟลูออไรด์เสริม
  • การเกิดฟันผุโดยเฉพาะฟันน้ำนมหน้าบนในเด็กมีความสัมพันธ์กับการที่เด็กที่พฤติกรรมในการดูดนมที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งได้แก่การดูดนมขวดคาปากจนเป็นนิสัย การดูดนมขวดคาปากขณะนอนหลับ
  • เด็กควรจะดูดนมเป็นมื้อเหมือนรับประทานอาหาร โดยเด็กอายุน้อยจะดูดนมในแต่ละครั้งได้ปริมาณน้อย จำนวนครั้งของการให้นมจะมาก และเมื่อเด็กอายุมากขึ้นปริมาณนมในแต่ละครั้งจะมากขึ้น จำนวนครั้งของการดูดนมจะลดลง เมื่อเด็กอายุครบ 1 ขวบจะต้องการนมเพียง 3 มื้อใน 1 วันและสามารถงดนมมื้อดึกได้ นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญคือไม่ควรเติมน้ำตาลหรือน้ำผึ้งลงในนมและควรให้เด็กดูดน้ำตามหลังจากดูดนมเสร็จแล้ว เพื่อชะล้างคราบนมให้สะอาด สำหรับการหย่านมขวดควรจะเริ่มเมื่อเด็กอายุได้ 12-14 เดือน โดยในครั้งแรกอาจให้เด็กดื่มนมจากถ้วยร่วมกับการดูดนมจากขวด จากนั้นจะให้เด็กหยุดดูดนมจากขวดอย่างเด็ดขาดเมื่อเด็กดื่มนมจากถ้วยได้เอง

ครั้งที่ 2 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงานโดยผ่านช่องทางเวบไซต์ facebook ในกลุ่ม KM-HPC8

องค์ความรู้ที่สกัดได้

  • ทันตสุขศึกษาควรครอบคลุมในเรื่อง การทำความสะอาดฟัน พฤติกรรมการดูดนม การรับประทานอาหาร และการให้ฟลูออไรด์เสริม
  • ถ้ามีเวลาสอนมากพอ และเด็กให้ความร่วมมือดี ควรฝึกปฏิบัติแปรงฟันด้วย แต่ถ้าเวลาไม่มาก เด็กไม่ให้ความร่วมมือ อาจให้ทันตสุขศึกษาอย่างเดียว
  • การใช้ภาพพลิกหรือโมเดลช่วยประกอบการสอน ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจง่าย และผู้สอนไม่หลงลืมหัวข้อที่จะสอน
  • รูปแบบการสอนที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือคือการแปรงฟันเด็กเป็นตัวอย่างให้ผู้ปกครองดู และให้ผู้ปกครองทำตาม
  • ควรให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในการตรวจฟันให้เด็กด้วยตนเอง
  • ฟันน้ำนมที่ผุมีผลต่อฟันแท้ การสูญเสียฟันน้ำนม ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก
  • ผู้ปกครองควรจะเริ่มต้นทำความสะอาดช่องปากให้กับเด็กตั้งแต่ฟันเด็กยังไม่ขึ้น โดยการเช็ดด้วยผ้าสะอาด
  • เมื่อเด็กมีฟันขึ้นผู้ปกครองสามารถใช้แปรงสีฟันแปรงให้เด็กได้ และใช้ร่วมกับยาสีฟันผสมฟลูออไรด์สำหรับเด็ก เมื่อเด็กอายุ 1 ½ -2 ขวบขึ้นไปหรือเมื่อเด็กควบคุมการกลืนได้
  • การแปรงฟันให้เด็กเล็ก ให้ลูกนอนบนตัก แปรงด้วยวิธีถูไปมาสั้นๆ ในแนวนอน ให้ทั่วทุกซี่ทุกด้าน และเช็ดฟองยาสีฟันออก ไม่ให้เด็กกลืน
  • การดูดนมขวดสัมพันธ์กับการเกิดฟันผุ ควรให้คำแนะนำเรื่องการให้เด็กทานนมเป็นมื้อ และช่วงอายุที่ควรเลิกนมขวด
  • ปัจจัยที่ทำให้ฟันน้ำนมผุ ได้แก่ ของหวาน การไม่เห็นความสำคัญของฟันน้ำนม ไม่ทำความสะอาดฟันหลังกินนม
  • การดูแลฟันน้ำนม ทำได้โดย แปรงตั้งแต่ซี่แรก ช่วยลูกแปรง เลือกแปรงให้เหมาะ ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
  • เทคนิคการฝึกให้ลูกชอบแปรงฟัน ได้แก่ สร้างความคุ้นเคย สร้างบรรยากาศ สร้างวินัย และสร้างความมีส่วนร่วม
  • ควรให้ผู้ปกครองมาช่วยแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการสอนด้วย

เด็กที่ผู้ปกครองพามาตามนัดของคลินิกเด็กดี (WCC) เพื่อรับวัคซีนหรือตรวจพัฒนาการทุกรายจะถูกส่งมาตรวจฟันที่ห้องทันตกรรม หรือบางวันอาจมีเจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขประจำอยู่ที่คลินิกเด็กดี 1 คน เพื่อตรวจฟันเด็กและให้ทันตสุขศึกษาผู้ปกครอง โดยขั้นตอนปฏิบัติเป็นดังนี้

  1.  เมื่อผู้ปกครองพาบุตรหลานมาตรวจฟันที่ห้องทันตกรรมหรือคลินิกเด็กดี ในช่วงที่ทำการประเมินผล (ก.ค.-ส.ค. 2555) จะให้ผู้ปกครองทำแบบทดสอบความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กอายุ 1-3 ปี ก่อนให้ทันตสุขศึกษา
  2. เจ้าหน้าที่ทำการตรวจฟันเด็ก นับจำนวนฟันที่ขึ้น และจำนวนฟันที่ผุ แจ้งให้ผู้ปกครองทราบ และจดบันทึกลงในสมุดสีชมพูประจำตัวเด็ก และสมุดบันทึกการตรวจฟันเด็กของหน่วยงาน
  3. เจ้าหน้าที่ให้ทันตสุขศึกษาแก่ผู้ปกครองตามแนวทางการสอน โดยสอนตามหัวข้อในภาพพลิกของกรมอนามัย เรื่อง “สายใยรักผูกพัน เพื่อลูกรักฟันดี” หรือ “ฟันดีเริ่มที่ซี่แรก”
  4. เจ้าหน้าที่สอนการทำความสะอาดช่องปากด้วยผ้าชุบน้ำเช็ดเหงือกกรณีที่ฟันยังไม่ขึ้น และสอนการแปรงฟันในกรณีที่เด็กฟันขึ้นแล้ว ในโมเดลหรือตุ๊กตาให้ผู้ปกครองดูเป็นตัวอย่าง แจกแปรงสีฟันสำหรับเด็กเล็ก ในกรณีที่เด็กอายุ 9 เดือน (แปรงสีฟันจากกรมอนามัย) กรณีที่แจกแปรงจะให้ผู้ปกครองทำตามในช่องปากเด็กด้วย โดยเน้นย้ำในบริเวณที่ยังแปรงไม่สะอาด มีเศษอาหารอัดติดและเริ่มมีรอยผุ
  5. ถ้าพบว่าเด็กที่มาตรวจฟันเริ่มมีฟันผุแล้ว จะแนะนำให้ผู้ปกครองพามาอุดฟัน ครอบฟัน หรือรักษารากฟัน โดยแนะนำเรื่องสิทธิการรักษา และแนะนำพบทันตแพทย์เฉพาะทางเด็กตามความเหมาะสม
  6. เมื่อทำการสอนเสร็จแล้ว ให้ผู้ปกครองทำแบบแบบทดสอบความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กอายุ 1-3 ปี ชุดเดิมอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งทำแบบประเมินความพึงพอใจและข้อเสนอแนะ
  7. คืนสมุดสีชมพูให้ผู้ปกครอง ให้ผู้ปกครองพาเด็กไปรับบริการที่จุดถัดไปตามที่กำหนดในสมุดสีชมพู

* อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม กดดาวน์โหลด *

 

รูปแบบการสอนผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กอายุ 1-3 ปี
รูปแบบการสอนผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กอายุ 1-3 ปี
รูปแบบการสอนผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กอายุ 1-3 ปี.pdf
725.3 KiB
1355 Downloads
รายละเอียด
avatar

About

ใส่ความเห็น