♥ อำเภออนามัยการเจริญพันธุ์

163485_1488327740412_198115_n

นางสาวเบ็ญจา   ยมสาร

วัยรุ่นและเยาวชน เป็นกลุ่มประชากรที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ แต่ปัจจุบันวัยรุ่นและเยาวชนเหล่านั้น กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพอันเนื่องมาจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ได้แก่  การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น  การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์  การทำแท้ง การติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ HIVและเอดส์  โดยเฉพาะการตั้งครรภ์ในวัยเรียน ทำให้เด็กต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ส่งผลถึงปัญหาเศรษฐกิจของครอบครัว  ปัญหาสังคมและชุมชน  ซึ่งปัญหานี้ไม่สามารถแก้ไขได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานเดียว จำเป็นต้องมีการร่วมมือกันของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ตามข้อเสนอของ Bangkok Charter ที่นำมาประยุกต์เป็นกลยุทธ์ใช้ในการดำเนินงาน  และจากการที่รัฐบาลมีนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ  ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2553 – 2557  เป็นแนวทางให้ทุกภาคส่วนแปลงไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ และมุ่งหวังการมีส่วนร่วมของภาคีและเครือข่าย ระดับพื้นที่ ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล  สถานศึกษา  หน่วยบริการสาธารณสุข และอำเภอ  ในการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์และสุขภาพทางเพศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีการบูรณาการงานกัน  โดยกรมอนามัยได้พัฒนาแนวทางการดำเนินงาน “อำเภออนามัยการเจริญพันธุ์” ขึ้นเพื่อให้ภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ ท้องถิ่นและชุมชน  มีแนวทางการทำงานร่วมกัน  เกิดการบูรณาการการทำงานและมีรูปแบบการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพอนามัยการเจริญพันธุ์และป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่น เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

วัตถุประสงค์

เพื่อสนับสนุนให้ภาคีเครือข่าย ดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่น แบบบูรณาการ อย่างยั่งยืน

กระบวนการจัดการความรู้

1. เริ่มต้นโดยนำเสนอสถานการณ์วัยรุ่น ระดับประเทศ เกี่ยวกับอัตราการคลอดในหญิงอายุ        15 – 19 ปี ,การตั้งครรภ์ซ้ำ, การแท้ง และพฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่น ได้แก่ การเคยมีเพศสัมพันธ์ การใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก อัตราป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จากนั้นนำเสนอในภาพเขต คือ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี และชัยนาท เพื่อให้ภาคีเครือข่ายทั้งบุคลากรสาธารณสุข อปท. และสถานศึกษา ได้ทราบสถานการณ์ของระดับประเทศและระดับเขต โดยเฉพาะจังหวัดของตัวเองเทียบเคียงกับจังหวัดอื่น

2.จัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้ง 3 ระดับคือ ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ (สสอ., รพ.,อบต.และโรงเรียน) และระดับคลินิกบริการที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน

 

3.จากสามเวทีย่อยการเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีถอดบทเรียนผ่านเวทีอภิปราย “ก้าวสู่…อำเภออนามัยการเจริญพันธุ์และการให้บริการที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน” ที่โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก ระหว่างวันที่ 5 – 6 สิงหาคม 2557 เวทีการเรียนรู้ดังกล่าวให้ภาพตั้งแต่ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และ ระดับคลินิกในโรงพยาบาล ทำให้มองเห็นภาพเชื่อมโยงที่มีความเป็นระบบการทำงานที่เน้นยุทธศาสตร์และมีความจำเพาะเฉพาะระดับ แต่ยังเห็นภาพการบูรณาการที่สอดคล้องกันอีกด้วย

ประเด็นการพัฒนาและขับเคลื่อนงานอำเภออนามัยเจริญพันธุ์ ที่เน้นชุดปัญหาท้องไม่พร้อมในวัยรุ่น ถือว่าเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหว ละเอียดอ่อน รวมไปถึงต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง ถึงจะสามารถขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาได้

การเริ่มต้นการแก้ไขปัญหาในแต่ละแห่ง มีความแตกต่างกันไปตามบริบทและวิธีคิดของผู้ปฏิบัติงาน แต่ทุกแห่งก็มุ่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รูปธรรมที่สำเร็จก็แตกต่างกันไป รูปแบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่เป็นพื้นที่ให้คนทำงานได้นำเสนอบทเรียนของตนเอง และเรียนรู้กระบวนการคิดและการปฏิบัติการจากที่อื่นๆ ถือได้ว่าเป็นเวทีการจัดการความรู้ที่ให้พลังในแง่ของการเติบโตทางความคิด และสร้างทางเลือกใหม่ๆให้กับผู้ปฏิบัติงาน

ในการนำเสนอเงื่อนไขของความสำเร็จผู้ถอดบทเรียนขอนำเสนอ เงื่อนไขความสำเร็จในภาพรวมทั้ง 3 ส่วน ทั้งนี้เพราะ กระบวนการความคิด และการลงมือปฏิบัติจะมีความคล้ายคลึงกันเพียงแต่ว่าทำงานกันในแต่ละระดับ บทเรียนที่ได้สามารถประยุกต์ใช้เป็นองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละแห่งได้

ผู้บริหาร

ผู้บริหารเป็น เงื่อนไขที่สำคัญในการที่จะนำพาองค์กรรวมถึงการกำกับทิศทางในการพัฒนาหากผู้บริหารให้ความสนใจต่อประเด็นปัญหา ยกระดับความสำคัญประเด็นดังกล่าวนำไปสู่การแก้ไขปัญหา โดยให้การสนับสนุนทรัพยากรที่เพียงพอ การทำงานก็ขับเคลื่อนไปได้

 

การทำงานเป็นทีม

ประเด็นปัญหาใน งานอนามัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะปัญหาวัยรุ่นท้องไม่พร้อม เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน ที่ผลกระทบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม ถือว่าเป็นปัญหาร่วมกันของคนในสังคม ดังนั้นการแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยทีมงานที่มีความเข้าใจและมี “ใจ” ที่เสียสละ การทำงานเป็นทีมแบ่งออกได้เป็น 2 ระดับ ได้แก่ ทีมงานในส่วนของหน่วยงานผู้ปฏิบัติงานในระดับหน่วยงาน โดยเฉพาะทางด้านสาธารณสุข จะเป็นทีมสหวิชาชีพ และ ทีมงานบูรณาการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสังคม ประกอบด้วย ครู ผู้ปกครอง อปท. เด็กกลุ่มเป้าหมาย และ หน่วยงานอื่นๆ ทั้งหมดทำงานสอดคล้องประสานกัน

 

พื้นที่การเรียนรู้ที่เป็นอิสระ

จากการถอดบทเรียนพบว่า หากมีการเปิดพื้นที่การเรียนรู้ และการทำงานอย่างเป็นอิสระให้กับ คนทำงาน ไม่ว่าจะเป็น จนท.สาธารณสุข กลุ่ม ชมรม ต่างๆจะเกิดการทำงานที่สร้างสรรค์ เกิดนวัตกรรมการทำงานที่หลากหลาย ที่มีวิธีการที่สอดคล้องกับบริบทของปัญหาในพื้นที่ เพราะคนในพื้นที่ได้มีโอกาสคิดอย่างเป็นอิสระ เปิดมุมมองได้อย่างกว้างขวาง เกิดนวัตกรรมทางความคิดใหม่ๆขึ้นมาอย่างมากมาย ผ่านการร่วมคิด

การเข้าถึงบริการ

การเข้าถึงการบริการโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ ส่วนของคลินิกในสถานศึกษา เงื่อนไขสำคัญของการให้บริการคือ การที่ผู้มีปัญหาสามารถเข้าถึงโดยง่าย ปลอดภัย ไม่ซับซ้อน มีการเก็บความลับ ลดขั้นตอนการเข้าถึง รูปแบบการให้บริการจึงเป็นประเด็นที่ควรพิจารณาในแง่มุมของการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

 

สร้างกลุ่มแกนนำ,ชมรม

เราพบว่า การทำงานโดยเจ้าหน้าที่ หรือ ครู แต่เพียงลำพัง ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลที่แท้จริงของกลุ่มเป้าหมายด้วย การสร้างกลุ่ม,ชมรม ที่เป็นกลุ่มจัดตั้งเฉพาะขึ้นมา กลุ่มเหล่านี้จะเป็นกลุ่มที่ทำหน้าที่ในการเข้าหากลุ่มเป้าหมาย ได้ดีกว่า ผลลัพธ์ได้ทั้งกระบวนการแก้ไขปัญหาใหม่ๆที่กลุ่ม,ชมรม คิดขึ้น และ ชุดข้อมูลที่มีความเฉพาะ

 

การบูรณาการ

การบูรณาการในที่นี้หมายถึง การรวมและการผสานพลังในการทำงานร่วมกัน ในการบูรณาการสามารถมองได้ทั้งในมุมของการ เชื่อมคน(คนมีใจ) เชื่อมองค์กร (องค์กรที่เกี่ยวข้อง) เชื่อมงบประมาณ เชื่อมต้นทุนต่างๆที่เป็นต้นทุนในการพัฒนาร่วมกัน ในมุมมองของการจัดการศึกษาจะมองในเรื่อง การบูรณาการเข้าไปสู่หลักสูตรตามสาระการเรียนรู้ 8 สาระ

การมีส่วนร่วม

ประเด็นปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พร้อม ดังกล่าวเป็นปัญหาที่มีความละเอียดอ่อน ซับซ้อน มีความเชื่อมโยงในทุกภาคส่วนของสังคม ดังนั้นการแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในสังคมเช่นกัน รวมไปถึง กลุ่มป้าหมายก็ต้องเข้ามามีส่วนร่วมด้วย การมีส่วนร่วมจะเริ่มตั้งแต่ การร่วมคิด ร่วมทำงาน ร่วมรับผิดชอบ และร่วมประเมินผล ในส่วนของการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในช่วงต่อๆไป ก็ต้องมีส่วนร่วมในการสรุปบทเรียน แล้วออกแบบการทำงานร่วมกันผ่านการวิเคราะห์สถานการณ์

 

บทบาทการทำหน้าที่พี่เลี้ยง หรือ โค้ช

ในการทำงานที่ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีม ทั้งในสถานบริการและ ทีมนอกองค์กรจำเป็นต้องมีพี่เลี้ยงที่ทำหน้าที่เป็น Facilitator ทั้งในรูปแบบของ Policy Facilitator, knowledge Facilitator, Process Facilitator ทำหน้าที่ เชื่อม เชียร์ ชง

 

นโยบาย และ กระแสสังคม

ปัญหาวัยรุ่นท้องไม่พร้อม ถือว่า เป็นปัญหาที่มีความสำคัญ และมีอุบัติการณ์ที่รุนแรงมากขึ้นในบางพื้นที่ และปัญหานี้ส่งผลต่ออนาคตของสังคมนั้นๆด้วย ปัจจุบันประเด็นปัญหานี้ถือได้ว่าสังคมให้ความสนใจ และมีการตีแผ่ข้อมูลทางสาธารณะ ทำให้สังคมมีความตระหนักมากขึ้น มีส่วนงานที่รับผิดชอบให้ความสำคัญแก้ไขปัญหามากขึ้น ซึ่งถือว่า เป็นกระแสสังคม

ส่วนในระดับพื้นที่ อาจต้องมีกระบวนการนำเสนอข้อมูล รวมถึงภาพอนาคตของการดำเนินไปของตัวปัญหา ว่าส่งผลกระทบต่อภาพรวมของสังคมระดับชุมชนอย่างไร การนำเสนอภาพเหล่านี้จะช่วยให้ปัญหาถูกให้ความสำคัญมากขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดกระบวนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ในที่สุดก็สามารถยกเอาประเด็นนี้เป็นนโยบายสาธารณะระดับชุมชน ท้องถิ่นได้ ซึ่งน่าจะเป็นผลลัพธ์ปลายทางในการแก้ไขปัญหาแบบมีส่วนร่วม

 

การสื่อสาร

หากเรามองถึงสถานการณ์ในปัจจุบันพบว่า “สื่อ” เป็นตัวแปรที่มีความสำคัญ เราไม่สามารถควบคุมสื่อได้ แต่สามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้ “เท่าทันสื่อ” ได้ ตรงนี้จะเป็นกระบวนการที่ให้สังคมได้คิดหากลวิธีในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายเชิงประเด็น

ส่วนสื่อในอีกมุมมองหนึ่ง ที่จะใช้เป็น “เครื่องมือ” ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบท กับกลุ่มเป้าหมาย และการเปลี่ยนแปลงของสังคม ก็เป็นเครื่องมือสำคัญอย่างมากในยุคปัจจุบัน กระบวนการทำงานพัฒนาขับเคลื่อนจึงต้องออกแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึง

 

เครือข่าย

ในบางกอกชาร์เตอร์ ให้ความสำคัญกับ “เครือข่าย” การทำงานในลักษณะทีมงาน ก็ต้องการการเรียนรู้ และ การหนุนเสริมการทำงานในรูปแบบของเครือข่ายการทำงาน ทั้งในเรื่องของข้อมูล รูปแบบการพัฒนาที่สร้างสรรค์กลวิธีใหม่ๆ อีกทั้งการสนับสนุนในด้านงบประมาณด้วย การสร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย ก็เท่ากับว่า เราได้ส่งเสริมความสำเร็จปลายทางร่วมกัน

 

กรอบการทำงาน และแผนยุทธศาสตร์

เงื่อนไขพื้นฐานสำหรับการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะพื้นที่ที่เพิ่งเริ่มต้นขับเคลื่อนพัฒนา กรอบและมาตรฐานจะเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยในการออกแบบการก้าวย่าง เมื่อดำเนินการไปได้ระยะหนึ่ง เกิดกระบวนการเรียนรู้ผ่านการทำงาน เมื่อนั้นเอง การคิดออกนอกกรอบก็จะตามมา การทำงานจะสอดคล้องกับศักยภาพที่เป็นต้นทุนของพื้นที่ได้ ยกตัวอย่าง แผนยุทธศาสตร์ในระดับต่างๆจะเป็นเหมือนกรอบการทำงานที่เห็นภาพองค์รวมการขับเคลื่อน การได้มาซึ่ง Roadmap ดังกล่าวต้องมาจากการมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมวิเคราะห์ และออกแบบ จากนั้นก็นำไปสู่การบูรณาการในการปฏิบัติการ

 

บุคลากร

ปัจจัยสำคัญที่สุด เห็นจะได้แก่ “บุคลากร” ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ขับเคลื่อนการพัฒนาตามสถานะและบทบาท ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไม่ว่าจะเป็นด้านทักษะ และองค์ความรู้ จึงมีความสำคัญ เมื่อบุคลากรมีความพร้อมก็สามารถดำเนินการไปได้อย่างมีพลัง

ในวงถอดบทเรียน พบอีกประการหนึ่งว่า บุคลากรที่ทำงานด้านนี้ ต้องมีใจรัก มีความเสียสละ และมีทักษะพื้นฐานในการปฏิสัมพันธ์กับผู้คน หรือบางท่านอาจมีความรู้พื้นฐานทางจิตวิทยาซึ่งก็เป็นศักยภาพทางองค์ความรู้ที่จำเป็น โดยภาพรวมของศักยภาพบุคลากรก็ต้องมีลักษณะความเป็น Facilitators และ Coach

 

กระบวนการวิเคราะห์ปัญหา

ในวงถอดบทเรียน ผู้รับผิดชอบงาน จาก สสจ.อุทัยธานี ได้กล่าวสรุปไว้น่าสนใจว่า คนทำงานต้องไวต่อปัญหา และ ใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อออกแบบกระบวนการพัฒนาที่สอดคล้องกับพื้นที่ ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงเชื่อมโยงมายังศักยภาพของบุคลากรที่ต้องมีวิธีคิดเชิงสังเคราะห์ และ มีความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนา มีวิธีคิดเชิงระบบ การค้นหา Evidence base ผ่านสถานการณ์ของพื้นที่ และออกแบบ Intervention เพื่อแก้ไขปัญหา

* อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม กดดาวน์โหลด *

 

งานวัยรุ่น
งานวัยรุ่น
งานวัยรุ่น.pdf
1.3 MiB
570 Downloads
รายละเอียด
avatar

About

ใส่ความเห็น