♥ การจัดระบบบริการการดูแลเด็กเป็นรายบุคคล

นางวันเพ็ญ  ประเสริฐศรี

เมื่อสิ้นสุดปี 2551 และ 2552 มีจำนวนเด็กที่ได้รับยาต้านไวรัส เท่ากับ 7,990 คน และ 8,076 คน ตามลำดับ แต่เมื่อประเมินช่องว่างของการดำเนินงานการให้บริการช่วยเหลือเด็กดังกล่าว พบว่ามีส่วนขาดในหลาย ๆ ด้าน เช่น ด้านสาธารณสุข พบว่าการติดตามเด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวี เพื่อรับการดูแลรักษาที่เหมาะสมยังไม่ครอบคลุม ยังขาดการช่วยเหลือด้านจิตใจ อารมณ์ และสังคม เพื่อเติมเต็มให้การดูแลรักษาทางคลินิกมีประสิทธิภาพดีขึ้น ทางด้านสังคม ระบบการช่วยเหลือและปกป้องคุ้มครองเด็ก ยังขาดการป้องกันในเรื่องของ HIV แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจในชุมชน แต่ศักยภาพของชุมชน ยังไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลเด็กเหล่านี้ ปัญหาการถูกตีตรา รังเกียจ และเลือกปฏิบัติที่ยังมีอยู่ทำให้เด็กไม่สามารถเข้าถึงบริการที่สำคัญคือข้อมูลเกี่ยวกับเด็กได้รับผลกระทบ ที่ยังไม่มีการบันทึกอย่างเป็นระบบ ทั้งประเทศทำให้การดูแล และสนับสนุน ไม่สามารถเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ วัตถุประสงค์

เพื่อเพิ่มความครอบคลุมการเข้าถึงบริการดูแลรักษาแบบองค์รวมที่จำเป็นและเหมาะสมกับเด็กตามกลุ่มอายุ รวมการบริการที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การป้องกัน การดูแลช่วยเหลือด้านอารมณ์สังคม การรักษาที่เน้นที่ตัวเด็กเป็นศูนย์กลาง ซึ่งการดำเนินงานจะสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน   ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ องค์กรปกครองท้องถิ่น องค์กรเอกชน ภาคประชาสังคม องค์กรชุมชน ผ่านทางระบบบริการของทุกหน่วย ทุกระดับที่มีอยู่ในจังหวัด และสอดคล้องกับแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ของประเทศ

กระบวนการจัดการความรู้

1.การเรียนรู้

สมาชิกกลุ่มได้เรียนรู้ถึง ทฤษฎี รูปแบบ ความจำเป็นในการจัดการรายบุคคล รูปแบบการดูแลรายบุคคลในประเทศไทย ที่สถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินีที่ได้ดำเนินการและมีผลลัพธ์ของการดำเนินงาน พบว่าเด็กติดเชื้อเข้าถึงการรักษาทั้งด้านสุขภาพกาย ใจและสังคม ได้รับบริการที่มีความเชื่อมโยงของบริการต่างๆที่ดีขึ้น ได้รับบริการอย่างต่อเนื่องยิ่งขึ้น ได้รับความรู้เกี่ยวกับเอชไอวี ได้รับแรงกระตุ้นเชิงบวก สร้างเสริมกำลังใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

2 กระบวนการและเครื่องมือ

สมาชิกกลุ่มได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเพื่อให้มีความรู้และสามารถกลับไปจัดระบบการให้บริการโรงพยาบาลของตนเองได้ โดยได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือการประเมิน และฝึกปฏิบัติการใช้เครื่องมือ ต่อไปนี้

– แบบประเมินneed assessment สำหรับมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี และแนวทางการจัดบริการ เช่น เรื่องที่เกี่ยวกับเอชไอวี

– แบบประเมินneed assessment ด้านจิตสังคมสำหรับผู้ดูแลเด็ก (ที่รู้ผลเลือดของแม่เด็กแล้ว) และแนวทางการจัดบริการ เช่น การอยู่ร่วมกันกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี

– แบบประเมินสถานการณ์ปัญหาเด็กเมื่อแรกรับและต่อเนื่อง เช่น สุขภาพเด็กเมื่อแรกรับ

ผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดระบบบริการ การส่งต่อ และการขอรับการช่วยเหลือจากพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การดูแลอย่างต่อเนื่อง ของแต่ละพื้นที่ ทำให้เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี และเด็กที่เกิดจากแม่ติดเชื้อเอชไอวี ที่ได้รับผลกระทบ ได้รับการช่วยเหลือ ด้านการดูแลรักษาและทุนสงเคาระห์ ทุนประกอบอาชีพ โดยมีหน่วยงาน พมจ. เข้ามามีส่วนร่วม และทำให้เกิดคณะกรรมการ cag ที่เป็นคนในชุมชนที่คอยค้นหา และส่งต่อเด็กที่ได้รับผลกระทบให้เข้าสู่ระบบได้ต่อเนื่อง

* อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม กดดาวน์โหลด *

 

การจัดการความรู้กลุ่มแม่และเด็ก
การจัดการความรู้กลุ่มแม่และเด็ก
การจัดการความรู้กลุ่มแม่และเด็ก.pdf
884.9 KiB
239 Downloads
รายละเอียด
avatar

About

ใส่ความเห็น