คลังความรู้ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ | Page 12
♥ การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวัง 5 Moment เจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลในงานเด็กป่วยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ นครสวรรค์

นางสาวสาวิตรี  เชี่ยวชาญธนกิจ

จากผลการเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล ปีงบประมาณ 2557 พบเกิดการระบาดของแผลผ่าตัดติดเชื้อจำนวน 2 ครั้ง และที่สำคัญคือพบเชื้อดื้อยา Acenetobacter baumannii และ MRSA ซึ่งเป็นเชื้อที่ไม่เคยพบมาก่อนในโรงพยาบาลและเป็นเชื้อที่ติดต่อได้ง่ายจากการสัมผัส เพราะสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และเป็นอันตรายสูงเมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อ ซึ่งคณะกรรมการ และคณะทำงาน IC ได้ทบทวนความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับวิธีการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งวิธีลดการแพร่กระจายเชื้อที่ดีที่สุดคือ การล้างมือ การล้างมือที่ถูกวิธีแบบ 5 Moment เป็นแนวปฏิบัติขั้นพื้นฐานในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ โดยการสัมผัส และช่วยลดการติดเชื้อในโรงพยาบาลที่ประหยัดและได้ผลดีที่สุด จากการสำรวจพฤติกรรมการล้างมือของเจ้าหน้าที่ในแผนกเด็กป่วย พบว่าร้อยละ 25 เจ้าหน้าที่ล้างมือก่อนสัมผัสผู้รับบริการ ทางแผนกเด็กป่วยเห็นความสำคัญของการล้างมือ แบบ 5 Moment เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อในหน่วยงาน จึงจัดทำโครงการการพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวัง 5 Moment ในเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลในงานเด็กป่วย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ นครสวรรค์ เพื่อส่งเสริมและกระตุ้น ให้เจ้าหน้าที่ตระหนัก และให้ความสำคัญกับการล้างมือที่ถูกวิธีแบบ 5 Moment คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥ ผลการศึกษาความชุกของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในทารกอายุ 6 เดือนที่ได้รับนมแม่อย่างเดียวและที่ไม่ได้รับนมแม่อย่างเดียว

นางพรทิพย์ รักคำมี

ในทารกอายุ 6 เดือนที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวมีภาวะขาดธาตุเหล็กประมาณร้อยละ 6 – 18 ธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างเม็ดเลือด หน้าที่หลักของธาตุเหล็กในเม็ดเลือดแดงคือนำออกซิเจนจากปอดไปยังส่วนต่างๆของร่างกายและมีความจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของระบบประสาท จึงมีผลต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ ทารกที่มีภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็กจะมีพัฒนาการและการเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ ปริมาณธาตุเหล็กในนมแม่มีเพียงประมาณ 0.2-0.4 มก./ลิตร(อรัญญา ปิกเกษม,2555) ธาตุเหล็กในนมแม่ถูกดูดซึมได้ดี ทารกจึงได้ธาตุเหล็กเพียงพอเมื่อได้รับนมแม่อย่างเดียวถึงอายุ 4 เดือน ซึ่งไม่ถึง 6 เดือน จึงพบว่าปัญหาการขาดธาตุเหล็กอาจพบได้ในทารกที่กินแต่นมแม่(อรัญญา ปิกเกษม,2555)

ดังนั้นงานตรวจสุขภาพเด็กดี มีนโยบายด้านการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวเป็นเวลา 6 เดือน จึงมีความสนใจศึกษาความชุกของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในทารกอายุ 6 เดือนที่ได้รับนมแม่อย่างเดียว และที่ไม่ได้รับนมแม่อย่างเดียว เพื่อเป็นแนวทางในการให้คำปรึกษาแนะนำต่อไป คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥ LEAN Management กระบวนการให้บริการงานคัดกรอง ฉุกเฉิน และตรวจโรคเด็ก

pitern

นางสาวเตือนใจ  แก้วสารพัดนึก

ในการปฏิบัติงานให้บริการของงานคัดกรอง ฉุกเฉิน และตรวจโรคเด็ก แผนกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพนครสวรรค์ พบว่ามีขั้นตอนการให้บริการหลายขั้นตอน และการทำงานที่ซํ้าซ้อน ส่วนหนึ่งอาจมาจากทรัพยากรที่ไม่สอดคล้องกับปริมาณความต้องการของผู้รับบริการ หรือขาดการประสานงานที่ดี ทำให้ใช้เวลาในการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น  จากการเก็บข้อมูลของหน่วยงานพบว่าระยะเวลาการรับบริการรวมของผู้ป่วยปี พศ. 2554 ใช้เวลาเฉลี่ยคนละมากกว่า 60 นาที คิดเป็นร้อยละ 54.6 และยังพบปัญหาข้อร้องเรียนจากความไม่พึงพอใจของผู้รับบริการในเรื่องเรื่องความล่าช้าในการให้บริการมาโดยตลอดหน่วยงานจึงนำแนวคิดการพัฒนาคุณภาพระบบบริการโดยการลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการ เรียกว่า การจัดการแบบ ลีน (LEAN)มาปรับปรุงพัฒนาโดยมุ่งเน้นในการระบุคุณค่าจากมุมมองของผู้รับบริการที่คาดหวัง คือความรวดเร็วในการใช้บริการรอไม่นาน ขั้นตอนไม่ยุ่งยากซับซ้อน กำจัดต้นเหตุของปัญหาที่ทำให้เกิดความผิดพลาดในกระบวนการให้บริการและพิจารณาปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริการ โดยใช้ทรัพยากรของหน่วยงานที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥ ลดเอว ลดไขมัน ลดโรค

10395183_713121638729826_4150702470683214900_n

คุณ ไพรินทร์  เถื่อนวรรณนา

ตามนโยบายส่งเสริมสุขภาพบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 8 ในประเด็นการเป็นองค์กรต้นแบบการส่งเสริมสุขภาพ (3อ.) มีการสนับสนุนให้บุคลากรในหน่วยงานจัดกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพในหน่วยตนเอง ให้บรรลุเป้าหมายของศูนย์ฯ คือ เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้องค์กรไร้พุงต้นแบบ และจากการทบทวนผลการตรวจสุขภาพของบุคลากรในหน่วยงานห้องผ่าตัด ในปี 2556 พบว่าเจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัดมีรอบเอวเกินมาตรฐานหญิงไทยที่สวยสง่างามจำนวน 5 คน จากจำนวนเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 7 คน โดยพบว่าผลรวมของรอบเอวที่เกินมาตรฐานทั้งหมด 33.7 เซนติเมตร นอกจากนี้ยังพบว่าเจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัดมีผลการตรวจเลือดพบไขมันในเลือดสูงจำนวน 5 คน จากการจัดกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพในหน่วยงานที่ผ่านมา การดำเนินกิจกรรมยังไม่เข้มข้น และไม่ต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ยังขาดวินัยในการออกกำลังกาย และพฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่ถูกต้อง จึงมีความเห็นร่วมกันว่าควรทำกิจกรรมการดูแลรอบเอว และกิจกรรมอาหารลดไขมัน โดยมีทั้งกิจกรรมที่ทำพร้อมกันในหน่วยงาน และกิจกรรมที่แต่ละคนเลือกทำตามความถนัดของแต่ละบุคคล แต่มีข้อตกลงร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของหน่วยงาน

คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥ หนึ่งหยดมหัศจรรย์พลิกผันชีวิตลูก

narisa

นางนริศา ทิมศิลป์

ทารกที่ NPO หรือทารกที่ยังวิกฤติที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและช่วยหายใจ ยังไม่ได้มีการศึกษาการดูแลช่องปากทารกด้วยน้ำนมColostrum ของมารดา การดำเนินงานจะขอให้แม่เก็บน้ำนม Colostrum ที่ได้มาใหม่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ และป้องกันการเกิดอันตรายต่อเยื่อบุในระบบทางเดินอาหารระหว่างที่ทารกยังอยู่ระหว่าง NPO ดังนั้นงานผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิด มีการให้พยาบาลสอนพ่อและแม่ถึงวิธีการดูแลช่องปากด้วยนม Colostrum ใช้ไม้พันสำลีที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วจุ่มลงไปที่น้ำนมColostrumซับน้ำนมจนเพียงพอ จากนั้นพ่อแม่ใช้ไม้พันสำลีเข้าไปทำความสะอาดบริเวณกระพุ้งแก้มโดยรอบด้วยนม Colostrum ในกลุ่มอาการทารกมีภาวะหายใจลำบากที่ศูนย์อนามัยที่ 8 นครสวรรค์ทำได้ทุก2-3 ชั่วโมงในแต่ละครั้งของการดูแลช่องปากด้วยนมมารดา การดูแลช่องปากจะต้องทำต่อเนื่องจนกระทั่งทารกสามารถได้รับอาหารทางปากได้หรือรับจากเต้านมมารดา  คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥ แนวปฏิบัติการส่งเสริมสุขภาพตามหลัก 3 อ.

546365_273868499358216_392630517_n

นางนพวรรณ ศรีชมพู

ภาวะโรคอ้วนลงพุงนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานสูงเป็นสามเท่า เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และสารพัดโรค หากองค์กรใดมีบุคลากรเต็มไปด้วยคนอ้วนลงพุง สมรรถภาพการทำงานก็จะด้อยลงไป ผลผลิตงานขององค์กรย่อมต่ำลงด้วย ซึ่งมีผลกระทบต่อภาวะสุขภาพของคนไทย และภาวะเศรษฐกิจของชาติในที่สุด

จากการรายงานผลการตรวจสุขภาพและวัดรอบเอวเจ้าหน้าที่ห้องคลอด ประจำปี 2554 พบว่า เจ้าหน้าที่ห้องคลอดมีภาวะเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนลงพุงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น มีเจ้าหน้าที่ที่มีน้ำหนัก รอบเอวเกินเกณฑ์ ร้อยละ 47.06 เป็นโรคอ้วนลงพุง ร้อยละ 5.88 เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนลงพุง ร้อยละ 41.18 ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการผิดปกติ ร้อยละ 29.41 และกลุ่มปกติร้อยละ 23.53

จากผลดังกล่าว จึงคิดหาแนวทางเพื่อให้เจ้าหน้าที่เกิดความตระหนักในการดูแลสุขภาพของตนเองโดยใช้กระบวนการ KM เป็นตัวรวบรวมองค์ความรู้เพื่อส่งเสริมให้เกิด แนวปฏิบัติตามหลัก 3 อ. พิชิตอ้วน พิชิตพุง คือ อ.อาหาร อ.ออกกำลังกาย และ อ.อารมณ์ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติสำหรับการดูแลสุขภาพของเจ้าหน้าที่ต่อไป คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥ หมอนรองนั่งเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดแผลฝีเย็บและริดสีดวงทวารหนักในมารดาหลังคลอด

ratchane

นางรัชนี วีระวงศ์

ความเป็นมา มารดาระยะหลังคลอดในช่วง 2-3 วันแรกส่วนใหญ่จะมีอาการปวดแผลฝีเย็บ  และบางรายแผลฝีเย็บฉีกขาดมาก  และมีริดสีดวงอักเสบ  ทำให้เกิดความทุกข์ทรมาน และไม่สุขสบายในขณะให้นมบุตร  ซึ่งอาจส่งผลให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ประสบความสำเร็จได้  ซึ่งแต่เดิมมีการดูแลมารดาโดยการใช้ห่วงยางวง  ให้มารดารองนั่ง  เพื่อลดการเสียดสีของแผลฝีเย็บ และบรรเทาอาการเจ็บปวด  และเพิ่มความสุขสบายให้แก่มารดาแต่  ปัญหาที่เกิดในการใช้ห่วงยางเดิมคือ  มีขนาดรอบวงกลางห่วงยางกว้างไม่เหมาะสมกับขนาดของแผลฝีเย็บ  ขณะนั่งและไม่สะดวก ลื่นไปมา  ทำให้การทรงตัวไม่ดี  วัสดุที่ใช้ทำห่วงยางมีการฉีกขาดรั่วซึมง่าย  และต้องหมั่นเติมลมบ่อยครั้ง  ทางตึกสูติกรรมจึงมีแนวคิด  ทำนวัตกรรมหมอนรองนั่งขึ้นมาใหม่  ที่ทนทาน  สะดวกใช้งานทรงตัวได้ดีไม่ลื่นสามารถดูแลทำความสะอาดง่าย ขณะนั่งมารดาจะรู้สึกสบายและบรรเทาความเจ็บปวดของแผลฝีเย็บ / ริดสีดวงทวารหนักได้สามารถนั่งให้นมบุตรได้นานและมีความพึงพอใจในการใช้งานของหมอนรองนั่ง คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥ พัฒนาสื่อการสอนในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

1463915_621329244611941_2883377503253062913_n

นางสาวลำพึง         ภูกาธร

แม่ที่มีความตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่บางรายอาจประสบปัญหาที่ต้องการการช่วยเหลือตั้งแต่ในระยะหลังคลอด และต่อเนื่องในระยะ 1 เดือนแรก ซึ่งเป็นระยะปรับการสร้างน้ำนมให้เพียงพอแก่ลูก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่แก้ไขโดยง่าย เช่นน้ำนมไม่มา เต้านมคัด ฯลฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ในแผนกสูติกรรมทุกคนมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและให้การช่วยเหลือเพื่อให้มารดาสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างเหมาะสมทางแผนกสูติกรรม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 8 นครสวรรค์ ได้ตระหนักในความสำคัญของเรื่องนี้จึงให้การสนับสนุนส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยดำเนินการตามมาตรฐานโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว จากสถิติของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ปี 2554 พบว่ามารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนร้อยละ 39.53 ซึ่งอาจจะมาจากหลายสาเหตุ ดังนั้นจึงได้มีการรวมกลุ่มเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยการจากการประเมินพบว่า แผนการสอนเรื่องการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เนื้อหาไม่มีการปรับปรุงให้ทันสมัย สื่อการสอนในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้มารดาหลังคลอดมีเนื้อหาไม่เป็นปัจจุบัน จึงทำให้องค์ความรู้ที่ให้กับมารดาหลังคลอดไม่เหมาะสม ทางแผนกจึงได้พัฒนาปรับปรุงแผนการสอนและสื่อการสอนให้มีเนื้อหาที่ครบถ้วนและทันสมัย คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥ การพัฒนาทักษะผู้สอน

นางจิดาภา ทองเชื้อ

การดำเนินงานกิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่ที่ตึกสูติกรรม มีกิจกรรมการกระตุ้นพัฒนาการเด็กทารกโดยมีการสอนเรื่องการเล่านิทานและการนวดสัมผัสทารกแรกเกิดแก่มารดาและญาติซึ่งเจ้าหน้าที่ตึกสูติกรรมจำเป็น ต้องมีทักษะการสอนที่ได้จากการฝึกฝนบ่อยๆ และมีแนวทางการสอนที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งประเด็นดังกล่าวข้างต้นตึกสูติกรรมจึงเห็นความสำคัญของการพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่ให้มีทักษะการสอนที่เป็นมาตรฐานเดียวกันและมีผลให้การเรียนรู้ของมารดาและญาติมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในการนี้ตึกสูติกรรมจึงคัดเลือก “การพัฒนาทักษะผู้สอน” ในการดำเนินการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้ได้รูปแบบในการพัฒนาทักษะผู้สอนที่เหมาะสมของตึกสูติกรรมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 8 ต่อไป คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥ วิธีการพัฒนาผู้สอน

IMG_8402

นางศศิชล หงษ์ไทย

การเป็นผู้สอนนั้นใคร ๆ ก็เป็นได้ แต่การเป็นผู้สอนที่ดีคงไม่ง่ายอย่างที่คิดกัน เพราะการทำหน้าที่ผู้สอนมีความจำเป็นต้องอาศัยการพูดหรือการสื่อสารเป็นอย่างมาก ถ้าไม่ได้รับการฝึกฝนอบรมเป็นอย่างดีก็คงจะทำหน้าที่ได้ไม่สำเร็จหรือสำเร็จได้ก็ไม่ดีดังนั้น การเป็นผู้สอนที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้น จะต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ เทคนิคต่าง ๆ ในหลาย ๆ ด้าน ตลอดจนจะต้องเป็นผู้มีคุณลักษณะที่จำเป็นอีกมากมาย วิทยากรเริ่มต้นที่การพัฒนาทักษะ (Skills) และไม่เพียงแค่เรียนรู้ ฝึกฝนจากการฝึกอบรม แต่ต้องเป็นการสร้างการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด ที่ใช้พลังสมอง พลังจิต พัฒนาตนเองสู่มืออาชีพ นอกจากนี้ใน website ของเนชั่น ยังได้กล่าวว่าการเป็นนักพูดหรือวิทยากรที่ดีก็เหมือนกับเด็กหัดขี่จักรยานนั่นเอง ซึ่งขี่ทุกวันก็จะเกิดความชำนาญเหมือนกับการเป็นวิทยากรถ้าฝึกบ่อย ๆ จะชำนาญ

ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลจากแหล่งต่างๆข้างต้นรวมถึงการดำเนินงานโรงเรียนพ่อแม่ที่ผ่านมา จะเห็นว่าได้ว่า ผู้สอนที่ดีนั้นต้องมีทักษะการสอนซึ่งได้จากการฝึกฝนบ่อยๆ ต้องมีการใช้สื่อได้อย่างคล่องแคล่ว และมีแนวทางการสอนที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งประเด็นดังกล่าวข้างต้นนี้ได้ดำเนินการแล้ว จนกระทั่งมีการกำหนดเป็นสมรรถนะทางเทคนิคของพยาบาลวิชาชีพประเด็น “การให้คำแนะนำและความรู้”ในงานโรงเรียนพ่อแม่ (Specific Functional competency)ซึ่งมีทั้งผู้มีสมรรถนะผ่านตามเกณฑ์และไม่ผ่านตามเกณฑ์ เนื่องจากกระบวนการพัฒนาผู้สอนนั้นยังไม่ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปแบบที่ชัดเจน ทั้งนี้ถ้ามีการพัฒนาผู้สอนอย่างต่อเนื่อง น่าจะส่งผลให้ผู้สอนมีสมรรถนะที่เหมาะสม และส่งผลให้การเรียนรู้ของผู้รับบริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในการนี้โรงเรียนพ่อแม่จึงคัดเลือก “วิธีการพัฒนาผู้สอน” ในการดำเนินการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้ได้รูปแบบในการพัฒนาทักษะผู้สอนที่เหมาะสมของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 8 ต่อไป คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

Page 12 of 18