Category Archives: คลังความรู้ส่งเสริมสุขภาพ
♥การสื่อสารเรื่องเพศในวัยรุ่น

♥การสื่อสารเรื่องเพศในวัยรุ่น

จัดทำโดย กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น

องค์ประกอบที่ 1 การบ่งชี้ความรู้ (Knowledge identification)

* อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมทั้งหมด กดดาวน์โหลด *

 

♥การพัฒนาระบบการป้องกันการแพ้ยาซ้ำ กรณีเกิดการแพ้ยาซ้ำกับยาในกลุ่มเดียวกับที่ผู้ป่วยแพ้

♥การพัฒนาระบบการป้องกันการแพ้ยาซ้ำ กรณีเกิดการแพ้ยาซ้ำกับยาในกลุ่มเดียวกับที่ผู้ป่วยแพ้

จัดทำโดย หน่วยงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์

การบ่งชี้ความรู้
      กรณีศึกษาการเกิดการแพ้ยาซ้ำในกลุ่มยาเดียวกัน
ผู้ป่วยเด็กชายอายุ 3 ปี มาเข้ารับการรักษาในรพ. เมื่อวันที่ 12/12/2559 ผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยา Cefditoren (Meiact) (ผื่นแดงคันขึ้นทั่วตัว ตาบวม) ได้รับการประเมินตามหลัก WHO = 2 (Probable =น่าจะใช่) ตั้งแต่ปี 29/9/2559
ผู้ป่วยได้รับการประเมิน มีบัตรแพ้ยาติดตัว และมีบันทึกประวัติการแพ้ยาในระบบเวชระเบียนของโรงพยาบาล ระบบคอมพิวเตอร์ SSB แล้ว และตอนรับเข้าไว้ในโรงพยาบาลเพื่อรักษาได้มีการเขียนประวัติแพ้ยา ไว้ที่ใบ admission และ Doctor order sheet แล้ว
หลังจากรับเข้าไว้ในโรงพยาบาลเพื่อรักษา แพทย์ได้สั่งยา Ceftriaxone IV หลังให้ยาประมาณ 10 นาที พบว่าผู้ป่วยมีอาการคัน มีผื่นแบบ Urticaria ขึ้นทั่วตัว แพทย์จึงสั่งหยุดยาฉีด Ceftriaxone IV เปลี่ยนเป็นยาฉีด clindamycin และฉีดยาแก้แพ้ให้แก่ผู้ป่วย
การแพ้ยา เป็นส่วนหนึ่งของอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา จัดเป็นอุบัติการณ์ที่ผู้ป่วย หรือบุคลากรการแพทย์สามารถระบุหรือตรวจจับได้จากอาการหรืออาการแสดง ซึ่งการวางระบบที่ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างความเข้าใจ การป้องกัน การดักจับ/การเฝ้าระวัง และการจัดการผลที่เกิดขึ้นตามมา โดยอาศัยความร่วมมือของทุกสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง มีส่วนสำคัญยิ่งต่อการเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ยาให้แก่ผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ
การเกิดการแพ้ยาซ้ำ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ และหากเกิดขึ้นแล้วอาจส่งผลต่อชีวิตของผู้ป่วยได้ โดยคณะอนุกรรมการความคลาดเคลื่อนทางยาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ มีการกำหนดตัวชี้วัดด้านความปลอดภัยของผู้ป่วยซึ่งสอดคล้องกับตัวชี้วัดระบบยา ผู้ป่วยที่ได้รับยาที่แพ้ซ้ำนั้นต้องเท่ากับ 0 ราย และควรมีจำนวนการสั่งใช้ยาที่แพ้ซ้ำนั้นลดลง

Continue Reading →

♥การพัฒนารูปแบบการสอนนับลูกดิ้นโดยเจ้าหน้าที่ในแผนกฝากครรภ์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ( ลูกน้อยปลอดภัยแม่ใส่ใจนับลูกดิ้น )

♥การพัฒนารูปแบบการสอนนับลูกดิ้นโดยเจ้าหน้าที่ในแผนกฝากครรภ์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ( ลูกน้อยปลอดภัยแม่ใส่ใจนับลูกดิ้น )

จัดทำโดย นางสุริยา เครนส์ และคณะ

บ่งชี้ความรู้

ลูกน้อยปลอดภัยแม่ใส่ใจนับลูกดิ้น
      หญิงตั้งครรภ์ทุกรายจำเป็นต้องมีส่วนร่วม ในการดูแลลูกน้อยในครรภ์เองในช่วงที่ไม่ได้มารับการตรวจในโรงพยาบาล ซึ่ง ได้แก่ การนับลูกดิ้นในท้อง เป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา การนับลูกดิ้น คือการบ้านที่โรงพยาบาลฝากไปให้คุณแม่ทำที่บ้านเพราะคุณแม่มาฝากครรภ์ก็มาอย่างมากเพียงเดือนละครั้ง แล้วครั้งละไม่กี่ชั่วโมง คุณแม่ก็กลับบ้านแล้วพร้อมหอบหิ้วลูกน้อยในท้องไปหยิบท้องด้วย ไม่ได้มาวางแล้วฝากไว้กับหมอหรือพยาบาลจริงๆ แล้วสิ่งเดียวที่จะรู้ได้ว่าลูกน้อยในท้องยังแข็งแรงอยู่หรือไม่ คือลูกดิ้นดีอยู่มั้ย ในขณะที่ท้องคับแคบลงแต่ลูกน้อยตัวกลับโตขึ้นเรื่อยแล้วดิ้นเปลี่ยนท่าทุกวัน อุบัติเหตุในท้องก็อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด เพราะสะดือยาว 50-100 ซม. อาจเกิดเหตุสายสะดือมัดกันเองเป็นปม 1ปมหรือ 2 ปม ลูกจะหายใจ40สะดวกไหม อาหารไปหาลูกสะดวกหรือไม่

Continue Reading →

♥เรื่องเล่าเร้าพลัง การคัดกรองหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงและการบริหารจัดการในแต่ละระดับสถานบริการของเขตสุขภาพที่ 3

♥เรื่องเล่าเร้าพลัง การคัดกรองหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงและการบริหารจัดการในแต่ละระดับสถานบริการของเขตสุขภาพที่ 3

จัดทำโดย จริยา บุญอนันต์และคณะ

          จากการวิเคราะห์สถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กของเขตสุขภาพที่ 3 เราจะพบว่าการตายมารดาเกิดจากสาเหตุโดยตรง (Direct cause) คิดเป็นร้อยละ 60 และเกิดจากสาเหตุทางอ้อม (Indirect cause) คิดเป็นร้อยละ 40 ซึ่งใกล้เคียงกับข้อมูลของประเทศเราจึงได้นำข้อมูลที่วิเคราะห์ได้นั้นมาสาเหตุเชิงลึกว่าเกิดจากอไรแล้วนำมาสร้างกรอบแนวคิดโดยใช้ Mind map ซึ่งพบว่าปัญหาเกิดจากขาดการคัดกรองความเสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ , ขาดการใช้ Classifying form 18 ข้อ อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ และเมื่อประเมินความเสี่ยงแล้วก็ยังพบว่าไม่มีระบบในการบริหารจัดการหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงอย่างเหมาะสม ทำให้เกิดความเสี่ยงสูงในระยะคลอดต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้เกิดมารดาตายในระยะคลอดและหลังคลอดได้ ดังนั้นเราจึงเลือกประเด็นนี้มาทำการจัดการความรู้

Continue Reading →

♥การพัฒนารูปแบบคลินิกเฉพาะโรคทางการแพทย์แผนไทย

♥การพัฒนารูปแบบคลินิกเฉพาะโรคทางการแพทย์แผนไทย

จัดทำโดย นางสาวบุญทริกา วรรณาเวศน์ และทีมงานคลินิกเฉพาะโรค

การบ่งชี้ความรู้
           เดิมคลินิกการแพทย์แผนไทย มีการให้บริการในรูปแบบการรักษาทั่วไป โดยเน้นการส่งเสริมสุขภาพ นวดรักษาและประคบสมุนไพรเป็นหลัก ผู้รับบริการส่วนใหญ่มาด้วยอาการที่เกิดจากการทางานและในกลุ่มวัยผู้สูงอายุ จากผลการดาเนินกิจกรรมพบว่า ผู้ป่วยกลับมาในอาการเดิมซ้าๆ ซึ่งมีสาเหตุมาจาก
– รูปแบบการให้บริการไม่เฉพาะเจาะจงโรคของผู้รับบริการ
– ช่วงเวลาการให้บริการกับจานวนผู้มารับบริการ ที่ทาการซักประวัติมีเวลาไม่เพียงพอ เนื่องจากการรักษาทางการแพทย์แผนไทย เป็นการรักษาแบบองค์รวม
– มีผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านแต่ขาดการเชื่อมโยงความสัมพันธ์และประสานการทางานของคลินิกที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น งานวัยทางาน ออกหน่วยตรวจสุขภาพ งานส่งเสริมสุขภาพ (โภชนาการ ออกกาลังกาย คลินิกแพทย์ทางเลือก) เป็นต้น

Continue Reading →

♥การพัฒนารูปแบบคลินิกดูแลหญิงหลังคลอดแบบครบวงจร

♥การพัฒนารูปแบบคลินิกดูแลหญิงหลังคลอดแบบครบวงจร

จัดทำโดย นางสาวนวพร เจริญวิทย์ธนเดช และทีมงานแพทย์แผนไทย

บ่งชี้ความรู้           

           เนื่องจากคลินิกแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ นครสวรรค์ มีการเปิดให้บริการด้านการอยู่ไฟสาหรับดูแลหญิงหลังคลอดตั้งแต่ปี 2552 โดยขั้นตอนการให้บริการนั้นมี 3 ขั้นตอน คือการนวดรักษา การทับหม้อเกลือ และการอบไอน้าสมุนไพรติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน มีผู้ให้บริการคือผู้ช่วยแพทย์แผนไทยที่ผ่านเกณฑ์ประเมินมาตรฐานความรู้ความสามารถในการบริการการอยู่ไฟหลังคลอด 70% (โดยวัดจากแบบประเมินคะแนนภาคปฏิบัติ)
ผลการดาเนินงานที่ผ่านมาพบว่ายังไม่ได้ประสิทธิภาพและคุณภาพเท่าที่ควร ดังนี้
– ขาดการตรวจร่างกายที่ครบถ้วนสาหรับหญิงหลังคลอด ไม่มีการตรวจเต้านม หัวนม (บุ๋ม บอด แบน) ไม่มีการวัดระดับมดลูก ไม่มีการซักประวัติที่ครบถ้วน
– ขาดการประเมินความพึงพอใจการใช้บริการอยู่ไฟหลังคลอด
– ขั้นตอนการให้บริการอยู่ไฟ เดิมมี 3 ขั้นตอนหลัก ยังขาดด้านการแนะนาปฏิบัติตัวหลัง คลอด การพันผ้าหน้าท้อง การให้คาแนะนาเกี่ยวกับยาสมุนไพร และสุขศึกษาโภชนาการสาหรับหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด

Continue Reading →

♥การป้องกันปัญหาตกเลือดหลังคลอดในห้องคลอด

♥การป้องกันปัญหาตกเลือดหลังคลอดในห้องคลอด

จัดทำโดย ชุลีพร วิมลสิทธิพงศ์ และคณะ งานห้องคลอด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3

การบ่งชี้ความรู้
                การคลอดทางช่องคลอดของมารดาที่มีการสูญเสียเลือดมากกว่า 500 มิลลิลิตร เป็นข้อบ่งชี้ว่ามีภาวะตกเลือดหลังคลอด การตกเลือดหลังคลอดจะทำให้มารดาเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเร็ว ซีด อ่อนเพลีย มีอาการซึมเศร้าหลังคลอด และมีภาวะแทรกซ้อนอื่นเกิดขึ้นตามมา เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย ภาวะเลือดไม่แข็งตัวและเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งการตกเลือดหลังคลอดเป็นสาเหตุการตายที่พบบ่อยที่สุดของมารดาทั่วโลก มีการประมาณว่าทุกๆ 4 นาทีจะมีการเสียชีวิตของมารดา 1 ราย (ACOG, 2006) การตายของมารดาในทวีปเอเชียพบว่าร้อยละ 30.8 ของมารดาที่เสียชีวิตเกิดจากภาวะตกเลือดหลังคลอดซึ่งมักเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงแรก (สุธิต คุณประดิษฐ์, 2554) สถิติจากสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่า มีการเสียชีวิตของมารดาจากภาวะตกเลือดหลังคลอดของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2548-2550 เป็นร้อยละ 18.07, 9.54, 11.98 ตามลำดับ

Continue Reading →

♥ผู้นำสุขภาพ…ทราบแล้วเปลี่ยน

♥ผู้นำสุขภาพ…ทราบแล้วเปลี่ยน

จัดทำโดย กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน

การบ่งชี้ความรู้
               องค์การอนามัยโลก (WHO, 2005) ระบุว่าในปี พ.ศ. 2548 ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคเรื้อรัง 35 ล้านคน ซึ่งเป็น 2 เท่าของผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 ในปี พ.ศ. 2558 โดยเฉพาะโรคอ้วนเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ได้รับอิทธิพลจากการใช้วิถีชีวิตที่ไม่เหมาะสม ได้แก่ บริโภคอาหารที่มีพลังงานเกิน ทานผักผลไม้น้อย ขาดการออกกำลังกาย สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า และความเครียด (WHO, 1995: 1- 45) เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพของคนทั่วโลก ภาวะอ้วนเป็นปัจจัยหลักที่นำไปสู่การเกิดโรคเรื้อรังที่ส่งผลต่อชีวิต เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็ง โรคข้อและเส้นเอ็น และโรคหลอดเลือดแข็งและอุดตัน ล้วนเป็นภาวะที่มีผลต่ออัตราการตายโดยรวม (Eugene & Bcisaubin, 1984: 794 – 797) สำหรับประเทศไทย จากการสำรวจพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของสำนักสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ. 2548 และ 2552 พบว่าวัยทำงานมีพฤติกรรมการทานอาหารครบ 3 มื้อน้อยกว่ากลุ่มวัยอื่น มีเพียง 1 ใน 5 เท่านั้นที่ออกกำลังกาย และสถิติปีพ.ศ. 2559 ของสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ พบว่าความชุกของภาวะอ้วนในประชากรอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 34.7 เป็นร้อยละ 37.5 และความชุกของโรคเบาหวาน เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.9 เป็นร้อยละ 8.9 จะเห็นว่าประเทศไทยมีภาวะอ้วนเพิ่มขึ้น และมีพฤติกรรมสะสมความเสี่ยงต่อการเป็นโรคในกลุ่มไม่ติดต่อมากขึ้น

Continue Reading →

♥ตกแล้วไง?

♥ตกแล้วไง?

จัดทำโดย นายแพทย์ ชัยวัฒน์ อภิวันทนา ประธาน PCT

องค์ประกอบที่ 1 การบ่งชี้ความรู้ (Knowledge identification)
     จากประเด็นคุณภาพที่สำคัญ (KEY QUALITY ISSUES) ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพศูนย์อนามัย ที่ 3 คือการให้บริการตามมาตรฐาน ผู้ป่วยปลอดภัย และพึงพอใจในการให้บริการ ซึ่งหมายถึงกระบวนการที่ทำให้ได้ประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยที่มารับบริการ ตามมาตรฐานของโรงพาบาล ที่ผ่านมาพบประเด็นที่สำคัญที่ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญประเทศ พบอัตราการตายของมารดาที่เกิดจากภาวะตกเลือดหลังคลอด ถือว่าประเด็นที่สำคัญที่เป็นสิ่งที่ท้าทายที่สามารถป้องกันได้ ด้วยเหตุนี้ ทาง PCT จึงได้นำปัญหานี้มาเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบการดูแล ผู้คลอดที่มาคลอดที่โรงพยาบาล เพื่อลดอัตราการเกิดภาวะตกเลือดหลังคลอด และสามารถเป็นต้นแบบของการดูแลแม่และเด็ก คือ การพัฒนาระบบบริการให้ตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็กได้
จากเดิมโรงพยาบาลได้พัฒนารูปแบบการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการตกเลือดหลังคลอดโดยใช้Active management in 3rd stage, Early detection & Early management และใช้นวัตกรรม “ถุงตวงเลือด” เพื่อเพิ่มความแม่นยำ และรวดเร็วในการประเมินการสูญเสียเลือด จากนั้นเก็บสถิติพบว่าการตกเลือดหลังคลอดมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละต่อจำนวนผู้คลอด ปี 2557, 2558,2559 มีค่าเฉลี่ย 4.10,3.00,6.55 ซึ่งปี 2559 เกินเกณฑ์ ร้อยละ 5 จากจำนวนผู้คลอดทั้งหมด แต่จากข้อมูลพบว่าไม่พบภาวะแทรกซ้อนจากการตกเลือดตกเลือด

Continue Reading →

♥ทำลายเชื้อ พวกเรามั่นใจว่าทำได้

♥ทำลายเชื้อ พวกเรามั่นใจว่าทำได้

จัดทำโดย เจ้าหน้าที่จ่ายกลาง งานบริการกลาง ( กลุ่มการพยาบาล )

การบ่งชี้ความรู้เหตุผลและที่มา(ในการคัดเลือกเรื่อง)
        งานจ่ายกลาง เป็นศูนย์กลางของการรวบรวมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้งานแล้ว เข้าสู่กระบวนการทำลายเชื้อและทำให้ปราศจากเชื้อก่อนนำไปใช้ในการตรวจรักษาผู้ป่วย เริ่มจากกระบวนการล้างทำความสะอาด การบรรจุหีบห่อ และสุดท้ายคือการทำให้เครื่องมือปราศจากเชื้อ งานจ่ายกลางมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน
จำนวน 8 อัตรา ซึ่งแต่ละบุคคลจะมีหน้าที่รับผิดชอบแตกต่างกันไป คือ เจ้าหน้าที่ประจำการล้างเครื่องมือ
จำนวน 2 คน , เจ้าหน้าที่ประจำการบรรจุหีบห่อ 2 คน , เจ้าหน้าที่จัดทำถุงมือ 1 คน และ เจ้าหน้าที่ที่
ประจำงานนึ่ง เครื่องมือ อีก 1 คน อีก 2 คน จะเป็นเจ้าหน้าที่เวียน คือ สามารถทำได้ทุกตำแหน่งเมื่อ
เจ้าหน้าที่ประจำงานนั้นๆ หยุดงาน
งานในแผนกจ่ายกลางสำคัญทุกงาน แต่ที่จะไม่ควรผิดพลาดเลยคือการนึ่งเครื่องมือ เพราะถ้าผู้ที่มานึ่งไม่มีความรู้ในการนึ่งก็อาจเกิดความเสียหายได้ ฉะนั้นทางแผนกจึงคิดว่ามีวิธีใดที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ประจำจำนวน 5 คน สามารถปฏิบัติงานนอกเหนือจากงานประจำของตนเองได้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น เครื่องมือผ่าตัดไม่พอใช้ ต้องตามเจ้าหน้าที่มาทำการนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ล้างมาทำหน้าที่นึ่งในกรณีฉุกเฉิน อาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดเสียหายได้ จึงต้องมีการแนะนำวิธีการ หรือการสอน ( ปฐมนิเทศ )ให้ถูกต้อง เหมือนเป็นการพัฒนาศักยภาพของตัวเจ้าหน้าที่

Continue Reading →

Previous Page · Next Page

Page 3 of 13