คลังความรู้ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ | Page 4
♥การพัฒนารูปแบบคลินิกดูแลหญิงหลังคลอดแบบครบวงจร

♥การพัฒนารูปแบบคลินิกดูแลหญิงหลังคลอดแบบครบวงจร

จัดทำโดย นางสาวนวพร เจริญวิทย์ธนเดช และทีมงานแพทย์แผนไทย

บ่งชี้ความรู้           

           เนื่องจากคลินิกแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ นครสวรรค์ มีการเปิดให้บริการด้านการอยู่ไฟสาหรับดูแลหญิงหลังคลอดตั้งแต่ปี 2552 โดยขั้นตอนการให้บริการนั้นมี 3 ขั้นตอน คือการนวดรักษา การทับหม้อเกลือ และการอบไอน้าสมุนไพรติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน มีผู้ให้บริการคือผู้ช่วยแพทย์แผนไทยที่ผ่านเกณฑ์ประเมินมาตรฐานความรู้ความสามารถในการบริการการอยู่ไฟหลังคลอด 70% (โดยวัดจากแบบประเมินคะแนนภาคปฏิบัติ)
ผลการดาเนินงานที่ผ่านมาพบว่ายังไม่ได้ประสิทธิภาพและคุณภาพเท่าที่ควร ดังนี้
– ขาดการตรวจร่างกายที่ครบถ้วนสาหรับหญิงหลังคลอด ไม่มีการตรวจเต้านม หัวนม (บุ๋ม บอด แบน) ไม่มีการวัดระดับมดลูก ไม่มีการซักประวัติที่ครบถ้วน
– ขาดการประเมินความพึงพอใจการใช้บริการอยู่ไฟหลังคลอด
– ขั้นตอนการให้บริการอยู่ไฟ เดิมมี 3 ขั้นตอนหลัก ยังขาดด้านการแนะนาปฏิบัติตัวหลัง คลอด การพันผ้าหน้าท้อง การให้คาแนะนาเกี่ยวกับยาสมุนไพร และสุขศึกษาโภชนาการสาหรับหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด

คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥การป้องกันปัญหาตกเลือดหลังคลอดในห้องคลอด

♥การป้องกันปัญหาตกเลือดหลังคลอดในห้องคลอด

จัดทำโดย ชุลีพร วิมลสิทธิพงศ์ และคณะ งานห้องคลอด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3

การบ่งชี้ความรู้
                การคลอดทางช่องคลอดของมารดาที่มีการสูญเสียเลือดมากกว่า 500 มิลลิลิตร เป็นข้อบ่งชี้ว่ามีภาวะตกเลือดหลังคลอด การตกเลือดหลังคลอดจะทำให้มารดาเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเร็ว ซีด อ่อนเพลีย มีอาการซึมเศร้าหลังคลอด และมีภาวะแทรกซ้อนอื่นเกิดขึ้นตามมา เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย ภาวะเลือดไม่แข็งตัวและเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งการตกเลือดหลังคลอดเป็นสาเหตุการตายที่พบบ่อยที่สุดของมารดาทั่วโลก มีการประมาณว่าทุกๆ 4 นาทีจะมีการเสียชีวิตของมารดา 1 ราย (ACOG, 2006) การตายของมารดาในทวีปเอเชียพบว่าร้อยละ 30.8 ของมารดาที่เสียชีวิตเกิดจากภาวะตกเลือดหลังคลอดซึ่งมักเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงแรก (สุธิต คุณประดิษฐ์, 2554) สถิติจากสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่า มีการเสียชีวิตของมารดาจากภาวะตกเลือดหลังคลอดของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2548-2550 เป็นร้อยละ 18.07, 9.54, 11.98 ตามลำดับ

คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥การพัฒนารูปแบบการคัดแยกขยะ

♥การพัฒนารูปแบบการคัดแยกขยะ

จัดทำโดย เยาวลักษณ์ กาญจนะ ,นริศา ทิมศิลป์ และคณะ

องค์ประกอบที่ 1 การบ่งชี้ความรู้ (Knowledge identification)ที่มาความสำคัญ เหตุผล และความจำเป็น
            ปัญหาขยะมูลฝอยเป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญอีกปัญหาหนึ่งในปัจจุบัน ซึ่งพบได้ในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนา ขยะมูลฝอยก่อให้เกิดผลกระทบมากมาย ทั้งต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพ เช่นเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงพาหะของโรคต่างๆ ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะมูลฝอยอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ทำให้ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ จากการรายงานสถานการณ์การเกิดขยะมูลฝอยระดับประเทศ พบปัญหามลพิษด้านขยะมูลฝอยวิกฤตมากกว่าปัญหามลพิษอื่นๆโดยมีขยะมูลฝอยทั่วประเทศต่อปีมากกว่า 26 ล้านตัน เป็นขยะมูลฝอยติดเชื้อ 50,481 ตัน อัตราการเกิดขยะเท่ากับ 1.15 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน 38ซึ่งการรายงานจากกรมควบคุมมลพิษ “สถานการณ์มลพิษ 2559” มูลฝอยชุมชนเพิ่ม 1.9 แสนตัน 43% กำจัดไม่ถูกต้อง38 และในอนาคตคาดว่าปริมาณขยะมูลฝอยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
จากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่าขยะภายในศูนย์อนามัยที่ 3 ไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน จากการสุ่มประเมิน ตรวจพบว่า ขยะทั่วไปและขยะรีไซเคิลทิ้งรวมกันร้อยละ 100 และมีการทิ้งรวมกันในถังขยะทั่วไปร้อยละ 100 และจากการเก็บรวบรวมข้อมูลการจัดเก็บขยะติดเชื้อพบว่า

คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥ผู้นำสุขภาพ…ทราบแล้วเปลี่ยน

♥ผู้นำสุขภาพ…ทราบแล้วเปลี่ยน

จัดทำโดย กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน

การบ่งชี้ความรู้
               องค์การอนามัยโลก (WHO, 2005) ระบุว่าในปี พ.ศ. 2548 ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคเรื้อรัง 35 ล้านคน ซึ่งเป็น 2 เท่าของผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 ในปี พ.ศ. 2558 โดยเฉพาะโรคอ้วนเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ได้รับอิทธิพลจากการใช้วิถีชีวิตที่ไม่เหมาะสม ได้แก่ บริโภคอาหารที่มีพลังงานเกิน ทานผักผลไม้น้อย ขาดการออกกำลังกาย สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า และความเครียด (WHO, 1995: 1- 45) เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพของคนทั่วโลก ภาวะอ้วนเป็นปัจจัยหลักที่นำไปสู่การเกิดโรคเรื้อรังที่ส่งผลต่อชีวิต เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็ง โรคข้อและเส้นเอ็น และโรคหลอดเลือดแข็งและอุดตัน ล้วนเป็นภาวะที่มีผลต่ออัตราการตายโดยรวม (Eugene & Bcisaubin, 1984: 794 – 797) สำหรับประเทศไทย จากการสำรวจพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของสำนักสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ. 2548 และ 2552 พบว่าวัยทำงานมีพฤติกรรมการทานอาหารครบ 3 มื้อน้อยกว่ากลุ่มวัยอื่น มีเพียง 1 ใน 5 เท่านั้นที่ออกกำลังกาย และสถิติปีพ.ศ. 2559 ของสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ พบว่าความชุกของภาวะอ้วนในประชากรอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 34.7 เป็นร้อยละ 37.5 และความชุกของโรคเบาหวาน เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.9 เป็นร้อยละ 8.9 จะเห็นว่าประเทศไทยมีภาวะอ้วนเพิ่มขึ้น และมีพฤติกรรมสะสมความเสี่ยงต่อการเป็นโรคในกลุ่มไม่ติดต่อมากขึ้น

คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥คนตรวจสุขใจ เมื่อได้เอกสารครบถ้วน

♥คนตรวจสุขใจ เมื่อได้เอกสารครบถ้วน

จัดทำโดย งานการเงินและบัญชี กลุ่มอำนวยการ

องค์ประกอบที่ 1 การบ่งชี้ความรู้ ที่มา / ความสำคัญ / ความจำเป็น
            งานการเงินและบัญชี เป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนของเอกสารเบิกจ่ายทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็น การจัดประชุม อบรม การจัดทำโครงการ การเบิกค่าใช้จ่ายในการไปราชการ การประชุม/อบรม ซึ่งในปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่มาติดต่อประสานงานในเรื่องเอกสารที่ใช้ในการจัดประชุม อัตราการเบิกจ่าย ค่าใช้จ่ายต่าง ๆในโครงการ และในปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบหรือทำโครงการเพิ่มมากขึ้นตามกลุ่มภารกิจใหม่หลายคน และมีหลายคนที่ยังไม่ทราบหลักเกณฑ์ วิธีการ เอกสารการเบิกจ่าย ที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทางการเงินและบัญชีมีบุคลากรในหน่วยงานที่เพิ่งมาทำงานใหม่ หรือ ไม่ทราบรายละเอียดที่ถูกต้อง ตรงตามหลักเกณฑ์วิธีการเบิกจ่าย เนื่องจาก เจ้าหน้าที่งานการเงินมีภาระงานเฉพาะบุคคล ซึ่งแตกต่างกันไป เช่น การทำเงินเดือน การเบิกจ่ายค่ารักษา ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่นที่มาติดต่อประสานงานอาจ ไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน หรือได้รายละเอียดที่ล่าช้า อาจทำให้เกิดความไม่พึงพอใจต่อผู้ที่มาประสานงานได้

คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥ตกแล้วไง?

♥ตกแล้วไง?

จัดทำโดย นายแพทย์ ชัยวัฒน์ อภิวันทนา ประธาน PCT

องค์ประกอบที่ 1 การบ่งชี้ความรู้ (Knowledge identification)
     จากประเด็นคุณภาพที่สำคัญ (KEY QUALITY ISSUES) ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพศูนย์อนามัย ที่ 3 คือการให้บริการตามมาตรฐาน ผู้ป่วยปลอดภัย และพึงพอใจในการให้บริการ ซึ่งหมายถึงกระบวนการที่ทำให้ได้ประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยที่มารับบริการ ตามมาตรฐานของโรงพาบาล ที่ผ่านมาพบประเด็นที่สำคัญที่ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญประเทศ พบอัตราการตายของมารดาที่เกิดจากภาวะตกเลือดหลังคลอด ถือว่าประเด็นที่สำคัญที่เป็นสิ่งที่ท้าทายที่สามารถป้องกันได้ ด้วยเหตุนี้ ทาง PCT จึงได้นำปัญหานี้มาเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบการดูแล ผู้คลอดที่มาคลอดที่โรงพยาบาล เพื่อลดอัตราการเกิดภาวะตกเลือดหลังคลอด และสามารถเป็นต้นแบบของการดูแลแม่และเด็ก คือ การพัฒนาระบบบริการให้ตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็กได้
จากเดิมโรงพยาบาลได้พัฒนารูปแบบการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการตกเลือดหลังคลอดโดยใช้Active management in 3rd stage, Early detection & Early management และใช้นวัตกรรม “ถุงตวงเลือด” เพื่อเพิ่มความแม่นยำ และรวดเร็วในการประเมินการสูญเสียเลือด จากนั้นเก็บสถิติพบว่าการตกเลือดหลังคลอดมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละต่อจำนวนผู้คลอด ปี 2557, 2558,2559 มีค่าเฉลี่ย 4.10,3.00,6.55 ซึ่งปี 2559 เกินเกณฑ์ ร้อยละ 5 จากจำนวนผู้คลอดทั้งหมด แต่จากข้อมูลพบว่าไม่พบภาวะแทรกซ้อนจากการตกเลือดตกเลือด

คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥ทำลายเชื้อ พวกเรามั่นใจว่าทำได้

♥ทำลายเชื้อ พวกเรามั่นใจว่าทำได้

จัดทำโดย เจ้าหน้าที่จ่ายกลาง งานบริการกลาง ( กลุ่มการพยาบาล )

การบ่งชี้ความรู้เหตุผลและที่มา(ในการคัดเลือกเรื่อง)
        งานจ่ายกลาง เป็นศูนย์กลางของการรวบรวมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้งานแล้ว เข้าสู่กระบวนการทำลายเชื้อและทำให้ปราศจากเชื้อก่อนนำไปใช้ในการตรวจรักษาผู้ป่วย เริ่มจากกระบวนการล้างทำความสะอาด การบรรจุหีบห่อ และสุดท้ายคือการทำให้เครื่องมือปราศจากเชื้อ งานจ่ายกลางมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน
จำนวน 8 อัตรา ซึ่งแต่ละบุคคลจะมีหน้าที่รับผิดชอบแตกต่างกันไป คือ เจ้าหน้าที่ประจำการล้างเครื่องมือ
จำนวน 2 คน , เจ้าหน้าที่ประจำการบรรจุหีบห่อ 2 คน , เจ้าหน้าที่จัดทำถุงมือ 1 คน และ เจ้าหน้าที่ที่
ประจำงานนึ่ง เครื่องมือ อีก 1 คน อีก 2 คน จะเป็นเจ้าหน้าที่เวียน คือ สามารถทำได้ทุกตำแหน่งเมื่อ
เจ้าหน้าที่ประจำงานนั้นๆ หยุดงาน
งานในแผนกจ่ายกลางสำคัญทุกงาน แต่ที่จะไม่ควรผิดพลาดเลยคือการนึ่งเครื่องมือ เพราะถ้าผู้ที่มานึ่งไม่มีความรู้ในการนึ่งก็อาจเกิดความเสียหายได้ ฉะนั้นทางแผนกจึงคิดว่ามีวิธีใดที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ประจำจำนวน 5 คน สามารถปฏิบัติงานนอกเหนือจากงานประจำของตนเองได้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น เครื่องมือผ่าตัดไม่พอใช้ ต้องตามเจ้าหน้าที่มาทำการนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ล้างมาทำหน้าที่นึ่งในกรณีฉุกเฉิน อาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดเสียหายได้ จึงต้องมีการแนะนำวิธีการ หรือการสอน ( ปฐมนิเทศ )ให้ถูกต้อง เหมือนเป็นการพัฒนาศักยภาพของตัวเจ้าหน้าที่

คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥หนูเจ็บ…พ่อแม่เจ็บ…พยาบาลก็เจ็บเหมือนกัน

♥หนูเจ็บ…พ่อแม่เจ็บ…พยาบาลก็เจ็บเหมือนกัน

จัดทำโดย งานเด็กป่วย กลุ่มการพยาบาล

      ชีวิตของการเป็นพยาบาล พวกเราทุกคนอยากที่จะให้การพยาบาลด้วยหัวใจ ด้วยความเอื้ออาทร ใส่ใจ มิใช่เพียงปฏิบัติเพราะเป็นหน้าที่เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นพยาบาลที่ดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กแล้ว เมื่อเด็กคนหนึ่งเจ็บป่วยไม่สุขสบาย เป็นธรรมดาที่จะร้องงอแง ไม่ให้ความร่วมมือในการให้การรักษาและการทำหัตถการต่างๆ เช่น การเจาะเลือดและให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ด้วยกายวิภาคของหลอดเลือดเด็กแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าใดหนักที่สามารถทำได้ อีกทั้งการดูแลก็ยังลำบากเนื่องจากเราไม่สามารถควบคุมให้เด็กอยู่นิ่ง ทำให้มีปัญหาบ่อยๆ คือเกิดสายน้ำเกลือหลุด น้ำเกลือไม่ไหล บริเวณที่ให้สารน้ำหรือยาอุดตัน แดงหรืออักเสบเกิดขึ้น เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็ยอมเพิ่มความวิตกกังวล ความเครียดแก่พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นธรรมดา แม้แต่เจ้าหน้าที่เองก็เกิดภาวะเครียดและกดดัน ส่วนหนึ่งเราเข้าใจดีถึงคำว่า “หัวอก…ของคนเป็นพ่อเป็นแม่” ไม่มีใครอยากเห็นลูกตนเองเจ็บตัวบ่อยๆ ต้องเปลี่ยนเส้น ต้องแทงน้ำเกลือบ่อยๆ จึงทำให้เรามองเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ จึงได้เริ่มเก็บข้อมูลเพื่อหาสาเหตุ และวิธีการแก้ไข โดยเป็นไปตามแผนการรักษาของแพทย์

คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥แนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคมือเท้าปากในเดย์แคร์

♥แนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคมือเท้าปากในเดย์แคร์

จัดทำโดย งานเดย์แคร์ กลุ่มการพยาบาล

บ่งชี้ความรู้

              “บ้านหลังที่ 2” คำคุ้นหูของคนทั่วไป หรือบางคนเรียก “ศูนย์เด็กเล็ก” เป็นสถานที่ที่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลบุตรหลานรองจาก ปู่ย่า ตายาย หรือคนใกล้ชิด แต่ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไรบทบาทหน้าที่สำคัญก็คือ การดูแลเด็กให้มีพัฒนาการสมวัยทุกด้าน สามารถช่วยเหลือตนเองได้ดีก่อนเข้าโรงเรียน และมีความสุข ประเด็นสำคัญที่กำลังทำใน KM ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างเดย์แคร์และผู้ปกครองเกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคติดต่อในเดย์แคร์ โดยเฉพาะโรคที่ทำให้ต้องปิดบริการ อย่างโรคมือเท้าปาก ซึ่งติดต่อกันได้ง่าย เพราะเมื่อเด็กเจ็บป่วยในช่วงวัยนี้ จะส่งผลโดยตรงกับพัฒนาการและสุขภาพโดยรวมของเด็ก นอกจากจะส่งผลกระทบกับตัวเด็กแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อผู้ปกครองที่ต้องหยุดงาน ทำให้ขาดรายได้ เสียค่าใช้จ่ายในการักษา อีกทั้งยังส่งผลกับภาพลักษณ์ของเดย์แคร์อีกด้วย

คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

♥รู้ได้ไม่ต้องจ่ายสักบาท

♥รู้ได้ไม่ต้องจ่ายสักบาท

จัดทำโดย งานตรวจโรคเด็ก กลุ่มงานโรงพยาบาล

1.การบ่งชี้ความรู้

ท่านทราบหรือไม่ว่าการมาโรงพยาบาลแต่ละครั้งผู้รับบริการต้องมีค่าใช้จ่าย ต้องเสียเวลาทำงาน ต้องให้ลูกขาดเรียน และผู้ปกครองเด็กต้องขาดงาน หากเกิดขึ้นบ่อยๆ อาจทำให้นายจ้างเลิกจ้างทำให้ครอบครัวเดือดร้อนได้ ห้องตรวจโรคเด็กจึงทบทวนงานแล้วพบว่ามีกระบวนงานบางอย่างที่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล เช่น การมาฟังผลตรวจเพาะเชื้อต่างๆ จากการเก็บข้อมูลพบว่าการตรวจเพาะเชื้อต่างๆของผู้ป่วยนั้นมากกว่า 90 % ผลการตรวจไม่พบเชื้อที่ต้องทำการรักษาต่อ แต่ผู้ป่วยจะได้รับการนัดให้มาฟังผลการตรวจทุกครั้ง ซึ่งเป็นการไม่คุ้มค่า เสียเวลาทำงานและเสียเงินค่าเดินทางโดยไม่จำเป็น และหากผู้ป่วยเป็นเด็กวัยเรียนก็ต้องขาดเรียนเพื่อมาโรงพยาบาลตามนัดอาจส่งผลด้านการเรียนได้ จึงต้องการพัฒนาระบบการนัดในเรื่องการนัดฟังผลการตรวจเพาะเชื้อโดยผู้ป่วยไม่ต้องมาโรงพยาบาลเอง

คลิกเพื่ออ่านเพิ่ม→

Page 4 of 18