♥ ประสิทธิผลของการพัฒนากระบวนการให้การปรึกษาก่อนตรวจเลือดแบบคู่ในกลุ่มสำหรับทีมผู้ให้การปรึกษาก่อนตรวจเลือด

581285_620730571321072_672624815_n

นางสาวรัชนี ปวุตตานท์

การดำเนินงานให้บริการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก ประกอบด้วย การให้การปรึกษาแบบคู่ การให้ยาต้านไวรัส การดูแลรักษาแม่ลูกและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง โดยการให้การปรึกษาแบบคู่เพื่อการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี มีความจำเป็นสำหรับคู่ผู้รับบริการ ทั้งในคู่ที่ยังไม่ติดเชื้อ ติดเชื้อแล้ว และคู่ที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี เพื่อให้ได้รับการปรึกษาและตัดสินใจรับการตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีพร้อมกัน จะทำให้ทั้งคู่เกิดความรู้ความเข้าใจ หากติดเชื้อหรือมีผลเลือดต่างกันจะได้ร่วมกันตัดสินใจวางแผนอนาคตร่วมกัน และได้รับบริการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมต่อเนื่อง ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า บุคลากรทีมผู้ให้การปรึกษาและบุคลากรพยาบาลที่เกี่ยวข้อง ยังขาดความรู้และทักษะในการให้การปรึกษาแบบคู่แก่ผู้รับบริการ ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 8

วัตถุประสงค์ของการจัดการความรู้

  1. เพื่อพัฒนาทีมผู้ให้การปรึกษาก่อนตรวจเลือดให้มีความรู้ ทักษะ การให้การปรึกษาแบบคู่เพื่อการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี ที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน
  2. เพื่อให้ทีมผู้ให้การปรึกษาก่อนตรวจเลือดนำความรู้ ทักษะ การให้การปรึกษาแบบคู่เพื่อการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี ที่ได้รับจากการพัฒนา ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงาน

กระบวนการจัดการความรู้

  1. ประชุมคณะทำงานและวิทยากร เพื่อวางแผนดำเนินการจัดอบรม และจัดทำเนื้อหาหลักสูตรการอบรม
  2. จัดทำวิดีโอสาธิตการให้การปรึกษาแบบคู่เพื่อการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีสำหรับ       หญิงตั้งครรภ์และสามี เพื่อใช้ในการอบรม
  3. ดำเนินการจัดอบรม หลักสูตรการให้การปรึกษาแบบคู่เพื่อการตรวจหาการติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์และสามี ในวันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ 2556 ผู้เข้าอบรม ได้แก่ พยาบาลวิชาชีพ พยาบาลเทคนิค นักสังคมสงเคราะห์ รวม 83 คน โดยแบ่งเป็น 3 รุ่น

การอบรมเป็นกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ได้แก่ การสำรวจความคาดหวังต่อการอบรม การบรรยายพร้อมการสวมบทบาทสมมติ การสอนสาธิต การฝึกปฏิบัติ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หลังการฝึกปฏิบัติ

ผลการประเมินการนำความรู้และทักษะที่ได้รับจากการพัฒนา ไปปรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ให้การปรึกษา ที่แผนกฝากครรภ์ด้วยตนเอง มีดังนี้

1 ขั้นตอนที่ 1 การสร้างสัมพันธภาพและตกลงบริการในการรับบริการปรึกษาแบบคู่ พบว่า ผู้ให้การปรึกษาทุกคน สามารถสร้างสัมพันธภาพ แนะนำตัว และบอกบทบาทการเป็นผู้ให้การปรึกษาได้ รองลงมาคือ ร้อยละ 97 สามารถพูดคุยสอบถามความสมัครใจและความยินยอมในการ   รับบริการแบบคู่ และบอกประเด็นที่จะพูดคุย ระยะเวลาในการให้บริการปรึกษา ตกลงบริการ และความลับ

2 ขั้นตอนที่ 2 สำรวจความสัมพันธ์ของคู่และเหตุผลในการมารับบริการ พบว่า ผู้ให้การปรึกษาส่วนใหญ่ ร้อยละ 97 สรุปสิ่งที่ได้พูดคุยกับคู่เพื่อตรวจสอบความเข้าใจของผู้ให้การปรึกษา รองลงมาร้อยละ 94 สำรวจสถานการณ์และความสัมพันธ์ของคู่

3 ขั้นตอนที่ 3 พูดคุยเรื่องความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีและประเด็นหรือเรื่องที่คู่มีความกังวล พบว่า ผู้ให้การปรึกษาส่วนใหญ่ ร้อยละ 99 พูดคุยถึงปัจจัยอื่นๆ ที่อาจบ่งบอกว่า    มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีเพิ่มขึ้น และสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยง

4 ขั้นตอนที่ 4 บอกเรื่องการตรวจเลือดและความเป็นไปได้ของผลการตรวจเลือด พบว่า ผู้ให้การปรึกษาส่วนใหญ่ ร้อยละ 99 พูดคุยเรื่องผลเลือดต่างกัน (Discordant) ปัจจัยการมีผลเลือดต่าง การดูแลรักษา รวมถึง สรุปสิ่งที่ได้พูดคุย และยุติบริการ

5 ทักษะที่ใช้ในการให้การปรึกษา พบว่า ผู้ให้การปรึกษาส่วนใหญ่ ใช้ทักษะพื้นฐานในการปรึกษา ได้แก่ การทักทาย กล่าวต้อนรับ (Greeting) การใส่ใจ แสดงท่าทีสนใจ (Attending) การให้ข้อมูล ร้อยละ 98 รองลงมาเป็นทักษะการฟัง และการถาม ร้อยละ 94 ส่วนทักษะที่ใช้น้อยที่สุด คือ การเสริมแรง และการแกะรอย ร้อยละ 72 และ 70 ตามลำดับ ส่วนการใช้ทักษะการปรึกษาแบบคู่ ผู้ให้การปรึกษาส่วนใหญ่ใช้ทักษะการไกล่เกลี่ย ดังนี้ การทำให้มองเป็นเรื่องปกติธรรมดา(Normalize) ร้อยละ 81 รองลงมา การมองในด้านบวก ร้อยละ 77 ส่วนทักษะการเชื่อมปฏิสัมพันธ์ และการสื่อสารทางตรง ร้อยละ 73 เท่ากัน

* อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม กดดาวน์โหลด *

 

Aa
Aa
aa.pdf
356.8 KiB
208 Downloads
รายละเอียด
avatar

About

ใส่ความเห็น