Category Archives: คลังความรู้ส่งเสริมสุขภาพ
♥ ประสิทธิผลของการเตรียมความพร้อมก่อนบล็อกหลังเพื่อรับการผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องโดยใช้ภาพพลิก

นางวารุณี พู่พิสุทธิ์

จากสถิติการคลอดของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 8 นครสวรรค์  ปี 2553 และปี 2554 มีผู้รับบริการที่ผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องได้รับการระงับความรู้สึกทางช่องน้ำไขสันหลัง (บล็อกหลัง) ร้อยละ 98 , 99 ตามลำดับ ตามมาตรฐานราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทย ฉบับที่ 5/2555 กำหนดให้การเยี่ยมหญิงตั้งครรภ์ก่อนผ่าตัดเพื่อให้ความรู้ และเตรียมความพร้อมร่างกายและจิตใจของผู้รับบริการให้พร้อม ให้ยาระงับความรู้สึกเป็นบทบาทหนึ่งของวิสัญญีพยาบาล เพื่อทำให้หญิงตั้งครรภ์ลดความวิตกกังวล และสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องทั้งก่อน ขณะ และหลังผ่าตัด  ซึ่งงานวิสัญญีแต่ละโรงพยาบาลจะมีวิธีการเยี่ยมเพื่อให้ความรู้ที่แตกต่างกัน ปัจจุบันงานวิสัญญี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 8 นครสวรรค์ มีวิธีการให้ความรู้เกี่ยวกับรายละเอียดการบล็อกหลังด้วยวิธีการสอน ร่วมกับแจกแผ่นพับ จากการสังเกตพบว่า หญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่เมื่อมาถึงห้องผ่าตัด ยังมีความกลัวต่อการผ่าตัด วิตกกังวลในความปลอดภัย ทั้งต่อตนเองและบุตร แม้ในรายที่เคยรับการผ่าตัดมาแล้วก็ตาม ต้องมีการให้ความรู้ซ้ำ และ ปี2556 พบว่า อัตราการให้ความรู้เรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนบล็อกหลังซ้ำ เดือน มกราคม – มีนาคม 2556 จำนวน 42 ราย จากหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด 59 ราย คิดเป็นร้อยละ 71.1 ผู้วิจัยในฐานะวิสัญญีพยาบาล จึงสนใจศึกษาประสิทธิผลของการเตรียมความพร้อมก่อนบล็อกหลังหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับการผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องโดยใช้ภาพพลิก Continue Reading →

♥ ลดและคงสภาพเส้นรอบเอวของบุคลากรกลุ่มการพยาบาล ตามมาตรฐานองค์กรไร้พุง

1385658_513388192091570_1045244616_n

นางสิรินันท    ธิติทรัพย์

เนื่องจากนโยบายการส่งเสริมสุขภาพบุคลากร ของศูนย์อนามัยที่ 8 นครสวรรค์ ในปี 2557   เน้นการลดรอบเอวให้ได้ตามมาตรฐานองค์กรไร้พุง คือ เส้นรอบเอว ชาย ไม่เกิน 90 เซนติเมตร และหญิงไม่เกิน 80 เซนติเมตร ซึ่งจากการเปรียบเทียบผลการตรวจสุขภาพบุคลากร กลุ่มการพยาบาล ปี 2555 และ ปี 2556 พบว่าบุคลากรกลุ่มการพยาบาล มีรอบเอวเกินมาตรฐานองค์กรไร้พุง คิดเป็นร้อยละ 11.3 และ 33.3 ตามลำดับ จึงได้มีการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพบุคลากร เรื่อง การส่งเสริมสุขภาพ กาย-ใจ เพื่อให้สวยสมวัย ด้วย 3 อ.ในปี 2556 พบว่า ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายคือ บุคลากรกลุ่ม A เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 33.3 เป็นร้อยละ 55.6 บุคลากรกลุ่ม B ลดลงจากร้อยละ 44.4 เป็นร้อยละ 33.3 และ กลุ่ม C จากร้อยละ 22.2 เป็นร้อยละ 11.1 แต่มีกลุ่มเสี่ยงเรื่องเอวเกินเพิ่มมากขึ้น กลุ่มการพยาบาล จึงเห็นความสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อถอดบทเรียน ทั้งก่อนดำเนินการ และระหว่างดำเนินการ เพื่อนำสู่การนำแนวทางการลดและคงสภาพเส้นรอบเอว ไปปฏิบัติ และประเมินผลการดำเนินการดังกล่าวดังนั้น ในปี 2557 กลุ่มการพยาบาล จึงจัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง การลดและการคงสภาพรอบเอว ตามมาตรฐานองค์กรไร้พุง ขึ้นเพื่อสนองนโยบายการส่งเสริมสุขภาพบุคลากรของศูนย์อนามัยที่ 8 ต่อไป Continue Reading →

♥ แนวทางการสื่อสารกับผู้รับบริการเรื่องการใส่กางเกงตรวจภายในที่ถูกต้อง

นางสุมิตรา ดีวัน

สตรีที่มารับบริการในคลินิกนรีเวชกรรมของงานวัยทำงานส่วนมากจำเป็นต้องได้รับการตรวจภายใน   ซึ่งต้องการความมิดชิดและความเป็นส่วนตัวสูง งานวัยทำงานจึงได้จัดทำกางเกงตรวจภายในซึ่งได้พัฒนาแบบมาจากนวัตกรรมของ รพ.อื่นๆที่ได้ทดลองใช้มาแล้วได้แก่รพ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี และรพ.ปัว จ.น่าน แต่จากการสังเกตผู้รับบริการที่ใช้กางเกงตรวจภายในที่ผลิตขึ้นมานั้น ส่วนใหญ่ใส่ไม่ถูกต้อง ทำให้สตรีที่มารับบริการเกิดความคับข้องใจ อาย เสียเวลากับการสวมกางเกงผิด และมีผลกระทบกับการให้บริการแต่ละคนที่ใช้เวลานานขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ประจำห้องตรวจภายในแต่ละคนก็มีวิธีการสื่อสารกับผู้รับบริการเรื่องการใส่กางเกงตรวจภายในแตกต่างกันไปดังนั้นวิธีการสื่อสารที่ดีมีประสิทธิผลและเหมาะสมกับจำนวนเจ้าหน้าที่รวมทั้งเหมาะสมกับจำนวนผู้รับบริการในแต่ละวันจึงเป็นสิ่งสำคัญ Continue Reading →

♥ การพัฒนาแนวทางการตรวจภายในครั้งแรกของหญิงตั้งครรภ์

376434_321387787947898_2133662305_n

นางสาวจริยา บุญอนันต์

ในระบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์คุณภาพนั้น  กิจกรรมการตรวจภายในในหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 26 สัปดาห์และไม่มีภาวะแทรกซ้อนนับว่าเป็นกิจกรรมที่จำเป็นเนื่องจากเป็นการคัดกรองภาวะการติดเชื้อในช่องคลอดก่อนที่จะเริ่มมีอาการ ( Asymptomatic vaginal infection. ) ซึ่งถ้าตรวจพบว่ามีการติดเชื้อก็จะทำการรักษาซึ่งจะมีผลทำให้อัตราการคลอดก่อนกำหนดในหญิงตั้งครรภ์ลดลงได้ แต่จากการนำระบบฝากครรภ์คุณภาพมาใช้ในศูนย์อนามัยที่ 8 พบว่าหญิงตั้งครรภ์บางคนได้ถูกละเลยในการตรวจภายในเนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่เห็นความสำคัญ และไม่ปฏิบัติตามแนวทางการส่งตรวจภายในที่มีอยู่ซึ่งจากประเด็นดังกล่าวอาจจะก่อให้เกิดผลเสียทั้งต่อมารดาและทารกในครรภ์ได้ทางแผนกฝากครรภ์จึงได้นำประเด็นดังกล่าวมาดำเนินการจัดการความรู้เพื่อมุ่งหวังจะให้การดำเนินการเป็นระบบต่อไปในอนาคต Continue Reading →

♥ พัฒนารูปแบบการส่งเสริมการไม่สูบบุหรี่ในบ้านในผู้ป่วยเด็ก

sumonrat

นางสุมนรัตน์     สุวราช 

บ้านเป็นที่ที่เด็กได้รับควันบุหรี่มือสองมากที่สุด ในควันบุหรี่มือสองมีสารเคมีมากกว่า 4,000 ชนิดเป็นสารพิษมากกว่า250 ชนิด และเป็นสารก่อมะเร็งมากกว่า 50 ชนิด ซึ่งจะทำอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งของผู้สูบเองและผู้ใกล้ชิดที่จัดเป็นควันบุหรี่มือสอง ปัจจุบันมีเด็กเกือบ 700 ล้านคนหรือเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรเด็กทั่วโลกหายใจเอาอากาศปนเปื้อนควันบุหรี่ที่ลอยอยู่ในอากาศเข้าสู่ร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในบ้าน (ข้อมุลจาก WHO) ในประเทศไทยมีจำนวนครัวเรือนที่มีผู้สูบบุหรี่ 7.3 ล้านครัวเรือน (จาก18.2ล้านครัวเรือน) คนไทยมีโอกาสได้รับควันบุหรี่ในบ้าน เท่ากับ 15.8 ล้านคน(จาก 65.1ล้านคน)คิดเป็นหนึ่งในสี่ของประชากรไทย ในจำนวนนี้มีเด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี ที่ได้รับควันบุหรี่เท่ากับ2.28 ล้านคน( สำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ.2549 ) ในบ้านหรือที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท การสูบบุหรี่ทุกๆ 20 มวน จะทำให้เด็กต้องหายใจเอาควันบุหรี่เข้าไปในปริมาณเท่ากับการสูบบุหรี่เอง 1 มวน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กสารพิษจากควันบุหรี่ทำให้เกิดความเจ็บป่วยด้วยโรคติเชื้อทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบและปอดบวมสูงกว่าเด็กทั่วไป และมีอัตราการเกิดโรคหืดเพิ่มขึ้น เกิดการติดเชื้อของหูส่วนกลาง และผลในระยะยาว เด็กที่ได้รับควันบุหรี่ พัฒนาการของปอดจะน้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้รับควันบุหรี่ และการสูบบุหรี่ในบ้านยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กๆกลายเป็นผู้สูบบุหรี่จัดในอนาคตด้วย จากการศึกษาของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีโดยการสำรวจความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายจากการได้รับควันบุหรี่มือสองพบว่า ในกลุ่มผู้ปกครองที่สูบบุหรี่ ร้อยละ 82 สูบในบ้าน และผู้ปกครองไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่รู้ว่า โรคต่างๆในเด็กเกี่ยวข้องกับการได้รับควันบุหรี่มือสอง และข้อมูลการรับบริการของแผนกตรวจโรคเด็ก พบว่าอัตราเด็กป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจคิดเป็นร้อยละ 80 ของผู้ป่วยเด็กทั้งหมด จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กได้มีความรู้และตระหนักถึงพิษภัยของควันบุหรี่เพื่อทำให้ทุกครอบครัวเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ เป็นการส่งเสริมสุขภาพของทั้งเด็กและบุคคลในครอบครัว Continue Reading →

♥ การให้ข้อมูลสุขภาพของทารกวิกฤตแก่มารดาเชิงรุกในงานผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิด

นางสาวรุ่งฤดี ลิขิตพงศ์ธร

เมื่อทารกแรกเกิดมีภาวะเจ็บป่วย ต้องแยกจากมารดามารับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่ในงานผู้ป่วยหนัก ทำให้มารดามีความวิตกกังวลเกี่ยวกับอาการและแนวทางการดูแลบุตร พยาบาลวิชาชีพจึงต้องให้ข้อมูลและความรู้ที่เกี่ยวข้องกับภาวะสุขภาพที่ ครอบคลุมปัญหา ความต้องการ และเสริมพลังอำนาจแก่มารดาและครอบครัวให้สามารถปรับตัวกับความเจ็บป่วยที่วิกฤตของทารกได้

งานผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิด จึงพัฒนาแนวทางการปฏิบัติการให้ข้อมูลสุขภาพในทารกที่มีภาวะวิกฤตแก่มารดา เพื่อให้มารดาได้ข้อมูลสุขภาพที่รวดเร็ว ลดความวิตกกังวล และเพิ่มความพึงพอใจ ต่อระบบการให้ข้อมูลของงานผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิดยิ่งขึ้น

Continue Reading →

♥ การพัฒนารูปแบบการจัดเก็บอุปกรณ์ปราศจากเชื้อโดยใช้กล่องสีรุ้ง ตึก NICU

นางสาวเยาวลักษณ์ กาญจนะ

นื่องจากการจัดเก็บอุปกรณ์ เครื่องมือ ทางการแพทย์ปราศจากเชื้อ มีสภาพพร้อมใช้งานได้ทันตามเวลาที่ต้องการ เพื่อนำไปใช้ในการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆ  ต้องมีการควบคุมคุณภาพ และมีการนำอุปกรณ์ที่ผ่านการทำให้ปราศจากเชื้อก่อน  ไปใช้ก่อน  ( First in  first out ) โดยมีการจัดเก็บอุปกรณ์เป็นระบบ ซ้ายไปขวา  หรือหน้าไปหลัง  ซึ่งอุปกรณ์มาใหม่จัดเรียงไว้ด้านซ้าย  หรือด้านหลังของชั้นวางของ  เมื่อหยิบห่ออุปกรณ์ไปใช้ ให้หยิบทางด้านขวาก่อน  หรือหยิบทางด้านหน้าก่อน(ขึ้นกับระบบการจัดวาง) ซึ่งจากวิธีการดังกล่าวได้มีการนำมาใช้แต่ก็ยังพบว่ามีอุปกรณ์หมดอายุภายในหน่วยงาน และไม่ได้นำมาใช้ก่อน ทุกครั้งของการตรวจประเมินคุณภาพภายในหน่วยงานพบว่าการจัดเก็บอุปกรณ์ที่ผ่านการทำให้ปราศ จากเชื้อก่อน  (First in  first out )  ไม่ได้มีการนำไปใช้ก่อนซึ่งจากการเก็บข้อมูลในระหว่างเดือนมกราคม 2555และเดือนกุมภาพันธ์ 2555 พบอุบัติการณ์การจัดเก็บไม่ถูกต้อง 10 ครั้งต่อเดือน

 ดังนั้นจึงได้นำแนวคิดการจัดเก็บอุปกรณ์นั้นโดยนำหลักการเดียวกับ  IV  สีรุ้ง    โดยนำสี 7 สีมาใช้เป็นแนวคิดเพราะว่าใน 1 สัปดาห์มี 7 วันและในแต่ละวันจะมีสีประจำสัปดาห์คือ 7 สี คือวันอาทิตย์ (สีแดง)  วันจันทร์(สีเหลือง)  วันอังคาร(สีชมพู)  วันพุธ (สีเขียว)  วันพฤหัส(สีส้ม)  วันศุกร์(สีฟ้า)    วันเสาร์(สีม่วง)    และของที่เราส่งอบไอน้ำจะมีมีอายุ 7 วันก็จะสามารถเทียบกับสีในแต่ละวันของสัปดาห์ได้  จึงได้นำหลักการนี้เพื่อเป็นแนวทางในการจัดเก็บอุปกรณ์ปราศจากเชื้อในหน่วยงาน

Continue Reading →

♥ การพัฒนาระบบติดตาม การตรวจตามนัดของการมองเห็นและการได้ยินในทารกภาวะวิกฤต

นางนริศา ทิมศิลป์

ทารกที่มีภาวะวิกฤต    และมีข้อบ่งชี้ในการส่งตรวจการมองเห็นและการได้ยิน   จะได้รับการนัดให้ไปตรวจฯ   แต่จากทะเบียนสถิติใบส่งต่อพบว่ามีทารกไม่ได้รับการตรวจ ซึ่งเป็นการสูญเสียโอกาสในการส่งเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคจอตาในทารกเกิดก่อนกำหนด (ROP) ทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงตามมา จนสูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดในที่สุด และภาวะสูญเสียการได้ยินในทารกแรกเกิดเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย 1-2 ใน 1,000 ของทารกที่เกิดมีชีพต่อปี ซึ่งการไปตรวจตามนัด จะทำให้ทราบผลการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยในระยะแรกเริ่ม ส่งผลต่อการวางแผนรักษาฟื้นฟูสุขภาพ ในระยะเวลาที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น Continue Reading →

♥ การพัฒนาเกณฑ์ชมรมผู้สูงอายุคุณภาพและเกณฑ์ชมรมผู้สูงอายุส่งเสริมสุขภาพช่องปาก

นางสาวนัยนา สำเภาเงิน

การรวมกลุ่มของผู้สูงอายุในลักษณะชมรมเป็นการรวบรวมผู้สูงอายุที่มีศักยภาพความสามารถในการทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน ตลอดจนสามารถช่วยเหลือกันในกลุ่มผู้สูงอายุเอง และเพื่อให้การดำเนินการภายใต้ชมรมผู้สูงอายุเป็นไปในทุกด้าน ทั้งด้านสังคม ใจ และกาย จึงมีเกณฑ์ประเมินชมรมผู้สูงอายุคุณภาพ และเกณฑ์ประเมินชมรมผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพขึ้น แต่เนื่องจากเกณฑ์มีขึ้นหลายเกณฑ์ จึงเกิดแนวคิดร่วมกันของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานสูงอายุ และงานทันตสุขภาพในผู้สูงอายุ เพื่อลดความซ้ำซ้อน ลดเกณฑ์ที่มีจำนวนมาก ลดภาระของเจ้าหน้าที่

โดยการผสานเกณฑ์ทั้งชมรมผู้สูงอายุคุณภาพ และชมรมผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ตลอดจนเกณฑ์ประเมินการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (LTC) ในส่วนงานส่งเสริมทันตสุขภาพในระดับตำบล โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สอบถามความคิดเห็นทั้งจากเจ้าหน้าที่รับผิดชอบงาน ทันตสาธารณสุข และงานสูงอายุ และทั้งระดับจังหวัด อำเภอ ผ่านการทดลองใช้ (Try out) โดยพิจารณาความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่ และนำข้อคิดเห็นมาปรับปรุงเพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้จริง

Continue Reading →

♥ การศึกษาผลของรูปแบบการให้บริการคลินิก Health Care สุขภาพดีด้วยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กับผู้ป่วยโรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง

 untitled

นายศิวพล สุวรรณบัณฑิต

กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อที่พบบ่อย จะเป็นปัญหาสุขภาพที่สร้างความหนักใจให้กับแพทย์ผู้รักษาในปี 2555 งานแพทย์แผนไทยได้ทำการเก็บข้อมูลผู้รับบริการและญาติ ที่เข้ามารับการรักษาที่คลินิกแพทย์แผนไทยจำนวน 2,636 ราย แพทย์แผนไทยวินิจฉัยว่าเป็นโรคกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังจำนวน 331 ราย ส่วนใหญ่ร้อยละ 12.55 ขาดความรู้และความเข้าใจในการดูแลสุขภาพแบบพึ่งพาตนเอง อีกทั้งจะมารับบริการด้วยโรคกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังในตำแหน่งเดิม โดยอาการปวดยังคงอยู่ในระดับเดิม ทำให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขต้องมีภาระงานในการดูแลผู้ป่วยเพิ่มขึ้น รัฐบาลต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น งานแพทย์แผนไทยจึงได้พัฒนารูปแบบการให้บริการผู้ป่วยโรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังจากแบบเดิมมาเป็นแบบใหม่ที่เรียกว่า คลินิก Health Care สุขภาพดีด้วยการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ซึ่งต่างจากคลินิกแพทย์แผนไทยแบบเดิมคือ เพิ่มกิจกรรมการให้ความรู้เรื่องอาการเจ็บป่วยต่างๆ จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยเน้นหลักการพึ่งพาตนเองได้อย่างถูกต้อง โดยมีรูปแบบการให้บริการด้วยหลัก 8 อ (อิริยาบถ อาหาร อากาศ อโรคยา อาจิณ อุเบกขา อุดมปัญญา อาชีพ ) หลัก 8 อ ยึดหลักตามยุทธศาสตร์การแพทย์แผนไทย ประยุกต์กับหลัก 3 อ (อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์)

Continue Reading →

Previous Page · Next Page

Page 11 of 13